ปิดชายแดนล่า! แก๊งโจรกรรมงาช้างโบราณ อายุกว่า 400 ปี หายจากหมู่บ้านฤาษี

วันที่ 10 มิ.ย. เจ้าหน้าที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 347 ฐานปฏิบัติการบ้านเลตองคุ หมู่ 10 ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกเข้าไปโจรกรรมงาช้างโบราณซึ่งแกะสลักลายพุทธประวัติสมัยอยุธยา อายุกว่า 400 ปี ที่ตั้งอยู่ภายในศาลาภายในอาศรมฤาษี กลางหมู่บ้านชาวไทยกะเหรี่ยง บ้านเลตองคุ ห่างจากแนวชายแดนไทย-เมียนมา เพียง 1.5 กิโลเมตร โดยหลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจตะเวนชายแดน และฝ่ายปกครองในพื้นที่จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่นับถือฤาษี ต่างมารุมล้อมที่อาศรมฤาษี ซึ่งเป็นอาศรมไม้หลังเก่าแก่ ที่ใช้ประกอบศาสนพิธี ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในอาศรมแห่งนี้ พบว่างาช้างโบราณแกะสลักเป็นรูปพระพุทธเจ้านั่งปางสมาธิ โดยรอบจากโคนถึงปลายงาช้าง ที่มีความยาวกว่า 2 เมตร น้ำหนักรวมกว่า 40 กก. จำนวน 2 คู่ ถูกคนร้ายโจรกรรมหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นมั่นคงอำเภออุ้มผางทุกจุดตรวจ ให้เร่งออกทำการออกติดตามไล่ล่าคนร้ายซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนหลายคน ตลอดจนเร่งประสานความร่วมมือทางด้านการข่าวไปยัง กองกำลังของประเทศเมียนมา ให้ช่วยค้นหาทั้งนี้เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งผลการปฏิบัติการไล่ล่ากลุ่มคนร้ายตลอดทั้งคืนจนถึงช่วงสายของวันนี้ ก็ยังไม่พบตัวคนร้ายตลอดจนงาช้าง ที่ไม่อาจประเมินมูลค่าได้ ก็ยังหายสาบสูญ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ยังคงเร่งออกค้นหาตลอดแนวชายแดน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุที่งาช้างโบราณที่เป็นของล้ำค่าหายากคู่นี้จะหายไป ได้มีชาวบ้านพบกลุ่มผู้ต้องสงสัยหลายคนซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ได้มาพักอาศัยภายในอาศรมฤาษี ซึ่งเป็นจุดตั้งของงาช้าง ก่อนช่วงเช้าจึงมีชาวบ้านมาพบว่างาช้างล้ำค่าได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับบุคคลต้องสงสัยก็หายตัวออกจากหมู่บ้านไปด้วยเช่นเดียวกัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งกำลังติดตามตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยซึ่งขณะนี้พอจะทราบชื่อและกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวน

สำหรับหมู่บ้านเลตองคุ เป็นหมู่บ้านห่างจากตัวอำเภออุ้มผางกว่า 100 กิโลเมตร ติดแนวชายแดนไทย-เมียน และเป็นหมู่บ้านกระเหรี่ยงนับถือฤาษีแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีฤาษีเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และมีการถือศีลกินเจที่เคร่งครัด โดยมีองค์ฤาษีสืบทอดเป็นผู้นำชุมชนจนถึงปัจจุบัน ทำให้ชาวกะเหรี่ยงในหมู่บ้าน เกิดความศรัทธา และหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีของสำคัญล้ำค่าที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้คือ งาช้างโบราณที่มีอายุกว่า 400 ซึ่งเป็นงาช้างศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเลตองคุหวงแหน

ที่มา:ข่าวสด

เดินขึ้นภูกระดึงว่าเหนื่อย เจอแบบนี้หน่อยเจ้าหน้าที่-ลูกหาบ แบกรถไถขึ้นภูกระดึง!

เป็นภาพที่ได้รับการแชร์จากสมาชิกเฟซบุ๊ก Sunita Nakok ซึ่งได้เผยแพร่ให้เห็นภาพของทีมเจ้าหน้าที่ของอุทธยานแห่งชาติภูกระดึงซึ่งระดมเจ้าหน้าที่ และลูกหาบมาขนอุปกรณ์รถไถขึ้นไปบนภูกระดึง โดยแยกอุปกรณ์เป็นส่วนๆ ขึ้นไปด้านบน เพื่อนำไปปรับไถที่ซึ่งเป็นขั้นตอนในการป้องกันไฟป่าด้วย โดยเรื่องดังกล่าวได้รับการแชร์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อย่างมาก

 

ที่มา:ข่าวสด

ยายวัย83สู้ชีวิตเข็นรถขายขนมไปกลับ10ก.ม. ลูกทิ้งอยู่ลำพัง30ปี-ฝันก่อนตายมีบ้าน

วันที่ 13 ก.พ. คุณยายสมัย วัย 83 ปี ชาวบุรีรัมย์ ที่ถูกลูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพังมานานกว่า 30 ปี แต่กลับไม่ยอมงอมืองอเท้า ต่อสู้ชีวิตด้วยการเดินเข็นรถขายมันนึ่งและขนมหวานที่ทำเอง จากห้องเช่าบริเวณบ้านโสน ต.บ้านยาง ไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ไปกลับเฉลี่ยวันละเกือบ 10 กิโลเมตร  จนกลายเป็นภาพชินตา เพราะคุณยายจะเดินเข็นรถเร่ขายขนมเป็นประจำทุกวัน แม้จะมีสภาพหลังค่อมจากสังขารที่มากขึ้นก็ตาม จนสร้างความประทับใจและสงสารแก่ผู้พบเห็น ต่างช่วยกันอุดหนุนซื้อขนมของคุณยาย จนหลายคนทั้งที่เป็นข้าราชการ พนักงานบริษัทและประชาชนทั่วไปก็กลายเป็นลูกค้าขาประจำ เพราะหลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าประทับใจในความสู้ชีวิตของคุณยาย ที่แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ไม่งอมืองอเท้าหรือเป็นภาระของสังคม ทั้งยังได้ยกย่องให้คุณยายสมัย  เป็นต้นแบบของการสู้ชีวิตแม้อายุสังขารก็ไม่เป็นปัญหาอุปสรรคหากใจสู้ยายสมัยกล่าวว่า  หลังจากสามีเสียชีวิตและลูกขายที่ดินจนหมด ก็ทอดทิ้งให้อยู่ลำพังมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันกว่า 30 ปีแล้ว  จึงทำขนมหวาน มันนึ่งใส่รถเข็นๆ ขายตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อเลี้ยงตัวเองจะได้ไม่เป็นภาระของผู้อื่น ซึ่งหลังจากลูกทอดทิ้งก็ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ปัจจุบันต้องไปอาศัยเช่าบ้านราคาถูกเดือนละ 1,000 บาท ขณะที่มีรายได้จากการเข็นรถขายขนมวันละ 400–500 บาท ซึ่งก็เพียงพอจะเลี้ยงตัวเองได้
คุณยายยังยืนยันว่าจะทำขนมเข็นขายไปจนวันสุดท้าย เพราะไม่อยากเป็นภาระของใคร แต่สิ่งที่อยากได้ในบั้นปลายชีวิตที่เหลือ ก็อยากจะได้บ้านหลังเล็กๆ เป็นของตัวเองสักหลัง จะได้ไม่ต้องเช่าบ้านอยู่

ที่มา>>>ข่าวสด

“สีสุก” โพสต์เปิดใจ เป็นเพื่อน “ไซซะนะ” จริง แต่ไม่เกี่ยวค้ายา วอนเสพสื่ออย่างมีสติ

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจับกุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ คาสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นก็มีการขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องหลายราย ก่อนที่จะมีการนำภาพของ สีสุก ดาวเฮือง ถ่ายคู่กับพระเอกช่อง 7 สี และมีรูปของไซซะนะเข้าไปเกี่ยวข้อง ทำให้หลายคนคิดไปว่า สีสุก ดาวเฮือง ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดของนายไซซะนะ

ล่าสุด สีสุก ดาวเฮือง โพสต์เฟซบุ๊กเปิดใจ หลังมีกระแสข่าวในแง่ลบออกมาดังกล่าว โดยเพจโทละโข่งได้นำข้อความของ สีสุก มาเผยแพร่พร้อมเขียนข้อความว่า “มาแล้ว! สีสุก ดาวเฮือง โพสต์ข้อความล่าสุดเปิดใจ” และมีภาพของ สีสุก คุกเข่าพนมมือไหว้อยู่ด้านหน้าพระพุทธรูป ในพระอุโบสถวัดแห่งหนึ่ง ที่เมืองเฟือง แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาวโดยข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า “วันนี้ ข้าพเจ้าสีสุก ดาวเฮือง อยากขอเปิดใจที่ได้อดทนนับแต่วันที่ไซซะนะถูกจับกุมในประเทศไทย ให้สังคมได้รับข้อที่เป็นจริง เรื่องของข้าพเจ้า ที่กำลังเป็นกระแสในโลกสื่อออนไลน์ทุกวันนี้ ปัจจุบัน ข้าพเจ้าได้ชีวิตตามปกติ วันนี้ได้มาทำบุญ ถ่ายรูปกับพระที่คนลาวเคารพนับถือ ให้เป็นที่พึ่งทางใจ“ก่อนอื่น ข้าพเจ้าอยากเรียกร้องถึงสื่อสังคมออนไลน์ ให้เสพสื่ออย่างมีสติ มีความเป็นจริงเป็นอย่างไร เพราะกระแสข่าวที่ได้กล่าวหาข้าพเจ้าว่า ได้เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมค้ายากับไซซะนะนั้น ไม่ใช่ความจริง ข้าพเจ้ายอมรับว่า ได้เป็นเพื่อนกับไซซะนะจริง ในนามไปเล่น ไปเที่ยว และพบปะกันตามงานสังคม”

สุดท้าย ข้าพเจ้าอยากอ้อนวอนให้สื่อสังคมออนไลน์ อย่าเอาความเป็นเพื่อน กับการถ่ายรูปด้วยกัน มาตัดสินให้ข้าพเจ้าเสียหายในสังคมออนไลน์ และในสังคมลาวที่ข้าพเจ้าได้อาศัยอยู่มาจนถึงครึ่งชีวิต ขอขอบใจทุกคนที่เป็นกำลังใจ

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮาลั่นฮอลล์! แชร์ว่อนลีลา “น้องยุ้ย” เบอร์ 8 ตอบคำถามบนเวทีมิสแกรนด์โคราช

เป็นอีกคลิปหนึ่งที่ถูกแชร์เยอะมากในวันนี้ กับความฮาปนความน่ารัก ของ “น้องยุ้ย” ผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์นครราชสีมา หมายเลข 8 ที่ผ่านเข้ามาในรอบตอบคำถาม โดยกรรมการถามว่า “นอกจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว บุคคลที่มีอิทธิพลต่อคุณมากที่สุดคือใคร เพราะอะไร” ซึ่งลีลาการตอบคำถามของน้องยุ้ย เรียกเสียงฮาสนั่นฮอลล์ ส่วนจะขำแค่ไหนไปดูกันเลย

ที่มา>>>ข่าวสด

สี่หนุ่มสาวสาหัสเกลื่อน!! สลบคาถนน ขับรถกลับบ้าน วัวท้องแก่โผล่จากความมืด ชนกระเด็น

วันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเที่ยงคืนกว่าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนวัว บนถนนสายจรัญยานนท์ มุ่งหน้าหอมศีล  หมู่ที่ 3 ต.หอมศีล อ.บางปะกง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย หลังรับแจ้งเหตุแล้ว ร.ต.ท.ณชพล สังขะวิไล รองสารวัตรสอบสวนฯ พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้รีบเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนหมดสติอยู่เกลื่อนถนน ทราบชื่อ คือ นายมาโนชญ์ สวยลึก อายุ 21 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กมว 450 ฉะเชิงเทรา และ น.ส.จิตตรี ศรีพัด อายุ 20 ปี นั่งซ้อนท้าย ใกล้กันพบ นายอำนาจ ส่งศรี อายุ 20 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-ฟ้า ทะเบียน ลบก 191 ชลบุรี และ นายอรรถพร ด้วงเงิน อายุ 16 ปี ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บหมดสติ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะกงและจุฬารัตน์ 11 โดยคู่กรณีเป็นวัวเพศเมีย สีน้ำตาล ซึ่งท้องแก่ นั่งหลบอยู่ข้างทางหลังถูกชนจนได้รับบาดเจ็บ
เบื้องต้นสอบถามนายอำนาจให้การว่า ขณะที่รถทั้งสองคันกำลังวิ่งมาตามถนนเพื่อกลับบ้าน จู่ๆ ก็มีวัวตัวดังกล่าวเดินฝ่าความมืดออกมาจากข้างทาง ทำให้รถทั้งสองคันเบรกไม่ทันจึงชนวัวเข้าเต็มแรง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งตรวจสอบต่อไปว่า วัวตัวดังกล่าวเป็นของใคร และหลุดออกมาเดินบนถนนในเวลากลางคืนลักษณะนี้ได้อย่างไรต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มสุดทน เจอแท็กซี่ขี้หงุดหงิด ตะคอกใส่แถมตั้งใจถอยรถชน (คลิป)

โลกโซเชียลได้เผยแพร่คลิปและเรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Chayu Mahabhol ซึ่งได้บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการโดยสารรถแท็กซี่ โดยสรุปว่า มีการเรียกแท็กซี่จากงานเกษตรแฟร์ คนขับมีการพูดด้วยความไม่พอใจมาตลอดทาง จนถึงที่หมาย แท็กซี่ขับผิดทางและใส่อารมณ์กับผู้โพสต์ จนเกิดการเถียงกัน โดยผู้โพสต์อธิบายว่า ได้บอกที่หมายแล้ว แต่แท็กซี่ไม่ฟังและเลี้ยวผิดเอง จนมีการใส่อารมณ์กัน เมื่อผู้โดยสารลงจากรถ แท็กซี่ได้ตั้งใจถอยรถมาอย่างเร็ว แต่ผู้โพสต์กระโดดหลบทัน จนมีการเรียกรปภ.ช่วยปิดประตู และถ่ายคลิปให้แท็กซี่สารภาพตามที่ปรากฏ

 

ที่มา>>>ข่าวสด

โผล่อีกคันบิ๊กไบก์หรู “บอย” เพื่อน “เบนซ์ เรซซิ่ง” ราคาเฉียดล้าน แอบมาจอดหน้า บช.ปส.

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นอพาร์ทเม้นท์ของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง นักแข่งรถ ซึ่งเป็นสามีของแพท ณปภา ตันตระกูล ดาราสาวชื่อดัง ก่อนที่จะมีพลเมืองดีนำรถซุบเปอร์คาร์หรูลัมโบกินี ทะเบียน กจ 51 กรุงเทพมหานคร มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท มาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อตรวจสอบรายละเอียดของรถทั้งหมดนั้น

 ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้นำรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ยี่ห้อเคทีเอ็ม สีส้ม-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของนายอัครกิตต์ หรือเบนซ์ เรซซิ่ง มาที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อตรวจสอบทะเบียนรถ ผู้ครอบครอง และการเสียภาษี รวมทั้งตรวจสอบด้วยว่ามีการนำเข้ามาภายในประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากบุคคลที่สาม ให้มาส่งมอบรถที่บริเวณด้านหน้าสโมสรตำรวจ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ารถบิ๊กไบก์คันดังกล่าวเป็นของนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย ซึ่งอยู่ระหว่างประกาศขายในกลุ่มเพื่อนในราคา 920,000 บาท และเจ้าหน้าที่กำลังทำการตรวจสอบหมายเลขเครื่องเพื่อหาชื่อผู้ครอบครองที่แท้จริงต่อไป
ที่มา>>>ข่าวสด

ฝรั่งควบเก๋งตัดหน้าพ่วง 18 ล้อ ถูกเบียดติดแบริเออร์รถพังยับ ดช.4 ขวบ ติดในรถรอดปาฏิหาริย์

วันที่ 31 ม.ค. ร.ต.อ.อุดม โกยเก็บ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี รับแจ้งมีเหตุรถเก๋งพุ่งตัดหน้ารถพ่วง 18 ล้อ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถ เหตุเกิดบริเวณใต้สะพานสวนผีเสื้อ เส้นทางคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ฝั่งขาเข้าพัทยา กม.ที่ 86+100 หมู่ 11 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยเพียวเยี่ยงไท้ศรีราชา แพทย์ ร.พ.สมิติเวชศรีราชา

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งเกียร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2กภ 1208 กทม. สภาพถูกรถพ่วง 18 ล้อ มิตซูบิชิ ทะเบียนส่วนหัว 61-0082 กทม. ส่วนพ่วง 63-1272 กทม. เบียดอยู่ติดกับแบริเออร์ข้างทาง โดยพบชายชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งอยู่ในอาการตกใจ พร้อมแจ้งว่ามีลูกชายวัย 4 ปี ลูกชายติดอยู่หลังรถโดยถูกเบาะนั่งทับร่างจนออกมาไม่ได้ในสภาพหมดสติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำเครื่องตัดถ่างช่วยเหลือ ด.ช.วัย 4 ขวบ ออกมาได้ก่อนพาส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

 จากการสอบสวนนายเจริญทอง เกิดทอง อายุ 25 ปี คนขับรถพ่วง ให้การว่าตนขับรถมาตามทางคู่ขนาน ก็ได้มีรถเก๋งคันดังกล่าว พุ่งมาจากถนนสาย 7 ตอน 2 ขาเข้าพัทยาพุ่ง มาตัดหน้าที่เส้นทางคู่ขนาน ตนหักหลบไม่ทันจึงเบียดรถเก๋งจนบี้และมีเด็กติดอยู่ภายในรถดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนดำเนินการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มเคเอฟซีโผล่มอบตัว ขับเก๋งชนพนง.กวาดถนนดับคาที่ อ้างเมาหนัก-ไม่รู้ว่าขับชนคนตาย

จากกรณีรถเก๋งเฉี่ยวชนนางเถาวัน ทะนันไชย อายุ 50 ปี เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดกวาดถนน เขตสายไหม เสียชีวิต ขณะสวมชุดเจ้าหน้าที่ กทม ที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณปากซอยสุขาภิบาล 5 แยก 39 ถนนสุขาภิบาล แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม.เมื่อเช้ามึดวันที่ 29 ม.ค. ก่อนทีคนขับรถเก๋งจะหลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่พบกั้นชนสีฟ้า ข้างซ้าย ลักษณะขาดครึ่ง เปืัอนเลือดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น วันที่ 30 ม.ค. พล.ต ท ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น พ.ต.อ สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว สอบปากคำนายวีระศักดิ์ ดิตะเถโร อายุ 27 ปี พนักงาน KFC สาขาห้างสรรพสินค้า เชียร์ รังสิต หลังเข้ามอบตัวกับตำรวจ พร้อมรถของกลางเป็นรถ MG รุ่น MG3 สีฟ้า ทะเบียน 5กพ 6247 กรุงเทพ ซึ่งพบว่าไฟด้านหน้าซ้ายมีรอยแตก กระจกแตก หน้าซ้ายแตก มีรอยเลือดติดอยู่ เบื้องต้นนายวีระศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ขับไปรถไปกินเบียร์กับเพื่อนๆ หลังจากแยกย้ายกันก็ขับรถคันดังกล่าวกลับบ้านย่านลำลูกกา และไม่รู้ว่าชนคน กระทั่งเห็นข่าว ก็ตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจ

ที่มา>>>ข่าวสด