22ชีวิตระทึกอีกแล้ว!! บัสนักท่องเที่ยวชนสนั่นกระบะ คนเจ็บเลือดอาบหน้า-ร้องเจ็บปวดให้ช่วย

เมื่อเวลา 04.26 น. วันที่ 27 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับเเจ้งรถบัสนักท่องเที่ยวชาวจีนชนกับรถกระบะบริเวณตรงข้ามร้านโชคโยธาวัสดุก่อสร้างใกล้สามเเยกปากทางเข้าวัดหลวงปู่สุภาฯ ม.6 ต.ฉลอง อ.เมือง จึงประสานหน่วยภูเก็ตร่วมใจกู้ภัยเข้าร่วมตรวจสอบ หลังจากนั้น ร.ต.อ.สมเกียรติ สารสิทธิ์ ร้อยเวร สภ.ฉลอง เข้าตรวจสอบพบรถบัส หมายเลขทะเบียน 31-0344 กทม. ข้างรถเขียนชื่อ บริษัทไทเมอร์นิ่งซั่นทัวร์ ในสภาพพังเสียหาย คนขับ คือ นายณัฐพล โปซิว อายุ 36 ปี นอนเจ็บอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มทำการช่วยเหลือก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ใกล้กันยังพบรถกระบะโตโยต้าสีขาว หมายเลขทะเบียน กว6371 ภูเก็ต ภายในมีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ในสภาพเลือดนองใบหน้า ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทราบชื่อ คือ นายพัทธนันทร์ เกษมโชค อยู่ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย ช่วยกันนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากรถ อย่างทุลักทุเล เพราะส่วนขาติดอยู่บริเวณด้านในรถ นอกจากนี้ภายในรถคันดังกล่าวยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายทราบชื่อภายหลังว่า นายอนิพัฒน์ นาครินทร์ อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวา เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสิริโรจน์ ภูเก็ต ส่วนคนขับรถกระบะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

 ทั้งนี้จากการสอบสวนนายณัฐพลคนขับรถบัส เบื้องต้นทราบว่า รถบัสคันดังกล่าวได้วิ่งมาจากฝั่งตัวเมืองภูเก็ต เพื่อนำนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 22 คน ซึ่งมาจากสนามบินไปส่งยังโรงแรมกะรนฮิลล์ ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ขณะที่รถยนต์กระบะวิ่งมาจากฝั่งวัดฉลองเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต เมื่อมาถึงจุดดังกล่าว รถกระบะที่วิ่งสวนมาได้เกิดวิ่งข้ามเลนมากะทันหัน จึงหักหลบไม่ทัน และเกิดการชนกันอย่างรุนแรง แต่โชคดีที่นักท่องเที่ยว 22 คนไม่ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่คนขับรถยนต์กระบะก็ได้พยายามบอกว่าตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิดแต่เป็นฝ่ายรถบัสที่วิ่งกินเลนเข้ามา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่าฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูก เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มหวิดโดนไฟคลอก รถไฟลุกไม่รู้ตัว เคราะห์ดีรถสวนเลนส่งสัญญาณเตือน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ม.ค. 60 ร.ต.อ.มนัส สุรจิต ร้อยเวร สภ.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ได้รับแจ้งเหตุรถกระบะไฟไหม้ บนทางหลวงหมายเลข 11 หรือถนนสายเอเชีย ม.3 ต.หาดกรวด อ.เมือง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ออกตรวจจุดเกิดเหตุพบรถกระบะ มาสด้า สีแดง ทะเบียน บฉ 4520 เกิดไฟลุกไหม้ทั้งคัน จึงแจ้งเทศบาลหาดกรวด นำรถดับเพลิง 1 คัน เข้าดับไฟ โดย พ.ต.อ.ธเนศ กาญจนพังคะ ผบก.สภ.วังกะพี้ เข้าบัญชาการเหตุการณ์ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบลง

จากการสอบสวน นายอุนุวัติ พิสัตย์ อายุ 32 ปี ทราบว่า เป็นพนักงานขับรถร้านเจ๊วุ้น เพิ่งทำงานได้ 3 เดือน ขับรถจากกรุงเทพฯ เวลา 24.00 น. เมื่อคืนนี้ เพื่อบรรทุกแผ่นตัดเหล็ก จำนวน 5 แผ่น ไปส่งที่ร้านโฮมชัวร์ จ.น่าน จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ มีผู้ขับรถในเลนสวนส่งสัญญาณเตือน จึงได้ทราบว่ารถเกิดไฟไหม้ที่ท้ายรถ บริเวณล้อหลังด้านซ้ายคนขับ จึงรีบลงจากรถ ไม่กี่นาทีไฟก็ลุกโหมทั้งคัน ทำให้รถและแผ่นตัดเหล็กที่บรรทุกมา มูลค่ารวมกว่า 150,000 บาท ได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยยืนยันว่า ไม่ได้ขับรถเร็ว ใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น และรถไม่ได้ติดแก๊ส คาดว่าน่าจะเกิดจากระบบไฟ เพราะเป็นรถเก่า อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานวิทยาการพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดอุตรดิตถ์ จะได้ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดสยอง!! พนง.สาวยืนรอรถโดยสาร รถพ่วงล้อหลุดพุ่งใส่ตาย-เจ็บเกลื่อน สลดเสียงร้องเจ็บปวด

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 24 ม.ค. พ.ต.ท.พรนรินทร์ เปรื่องกระโทก สว.สอบสวน สภ.พระอินทร์ราชา อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุล้อรถยนต์บรรทุกพ่วง 18 ล้อ ล้อหลุดแล้วพุ่งไปโดนชาวบ้านที่ยืนรอรถประจำทางอยู่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนหลายราย บริเวณริมถนนพหลโยธิน กม.ที่ 49-50 ขาออก หน้าร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ม.7 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.ขวัญตา ป้อมสุวรรณ อายุ 38 ปี สวมใส่ชุดพนักงานบริษัทมินิแบร์ สภาพศพแขนขาหัก ใกล้กันยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลบางปะอินและโรงพยาบาลราชธานี ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.เนตรนภา ศรีเฉลา อายุ 37 ปี อาการสาหัส น.ส.สุภาภรณ์ สุทธิศักดิ์ อายุ 39 ปี น.ส.สุทัยรัต หนูทิพย์ อายุ 34 ปี โดยทั้งหมดกำลังยืนรอรถประจำทางอยู่ใกล้กันพบล้อรถยนต์บรรทุกสองล้อติดกันหลุดอยู่บนถนน ส่วนรถยนต์พ่วง 18 ล้อ หลบหนี เจ้าหน้าที่วิทยุสกัดจับกุม พบรถยนต์พ่วง 18 ล้อ จอดอยู่ บนถนนสายเอเชีย บริเวณหมวดการทางบางปะอิน  อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 8 กิโลเมตร พบว่าเป็นรถยนต์พ่วง 18 ล้อ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ตัวแม่ หมายเลขทะเบียน 76-2978 กรุงเทพมหานคร ตัวพ่วงหมายเลขทะเบียน 74-9431 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ ตรวจสอบที่บริเวณล้อด้านซ้ายของตัวรถหลุดสอบสวนนายสราวุธ ไหวดี อายุ 31 ปี คนขับรถยนต์พ่วง ให้การว่า ตนเองขับรถพ่วงมาจากท่าเรือคลองเตย กำลังจะไปรับสินค้า ที่ จ.ลพบุรี ไม่ทราบว่าล้อหลุดจากรถไปตอนไหน มาทราบเมื่อมาจอดรถเพื่อพักแล้วมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงมาเรียกตรวจ จึงทราบว่าล้อหลุด โดยก่อนออกเดินทางได้ตรวจเฉพาะลมยางมาเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวคนขับรถยนต์พ่วงไปดำเนินคดี

ที่มา>>>ข่าวสด

ชื่นชมฮีโร่นอกจอ ‘เด่นคุณ’ พระเอกดังช่อง 3 ช่วยหญิงสาวประสบอุบัติเหตุกลางถนน

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณปากซอยลาดพร้าววังหิน ซอย 7 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้หญิง 1 รายซึ่งขณะนั้นพระเอกหนุ่ม ‘เด่นคุณ งามเนตร’ ซึ่งกำลังมีผลงาน ดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางช่อง 3 ได้นั่งทานข้าวอยู่บริเวณนั้นพอดี และเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงรีบลุกจากโต๊ะอาหารเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้บาดเจ็บทันที ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล ท่ามกลางเสียงชื่มชนว่าเป็นพระเอกทั้งในจอและนอกจอของประชาชนที่พบเห็น

ที่มา>>>ข่าวสด

อดีตกัปตันเครื่องบินเสียขา 2 ข้าง แต่ใจสู้ขายเบอร์เกอร์เลี้ยงลูก

แชร์กันกระหึ่มออนไลน์  ฝรั่งอดีตกัปตันเครื่องบิน สูญเสียขา 2 ข้าง แต่ใจยังสู้ชีวิต กัดฟันขายเบอร์เกอร์
No Name Burger ที่หมู่บ้านสัมมกร ย่านนิมิตรใหม่ กทม. เพื่อ หาเงินเลี้ยงลูกตัวน้อย

โดยชาวเน็ตแชร์เรื่องราวอดีตกัปตันเครื่องบินชาวต่างชาติรายหนึ่ง ซึ่งมาขายเบอร์เกอร์ ชื่อร้าน No Name Burgurs เนื่องจากสูญเสียขาทั้งสองข้าง จากการที่วิ่งออกกำลังกาย เป็นลมตรงรางรถไฟ จึงถูกรถไฟเหยียบขา

ที่มา>>>ข่าวสด

 

นักร้องควบปิกอัพไปขึ้นเวที เสยชายเดินข้ามถนนร่างกระเด็น เจ็บสาหัส!!

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ร.ต.อ.สุริยา ผลชู รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถปิกอัพชนคนเดินข้ามถนนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าศูนย์อาหารโบตานี ถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง
ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 30-40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีเขียว นอนหมดสติอยู่กลางถนน มีบาดแผลที่ปาก ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบเอกสารทางราชการติดตัว หน่วยกู้ภัยจึงรีบปฐมพยาบาลแล้วส่งต่อให้รถกู้ชีพโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรตินำส่งรักษา ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบรถปิกอัพมิตซูบิชิ ทะเบียน ฒข 819 กทม. สภาพไฟหน้าขวาแตก มีนายสุรพล สุขสวัสดิ์ อายุ 51 ปี คนขับยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ในอาการตกใจจากการสอบสวนนายสุรพล ให้การว่าขับรถมาจากรัตนาธิเบศร์กำลังจะไปเล่นดนตรีที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ย่านนวนคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางลงสะพานข้ามแยกวัดพระธรรมกายมุ่งหน้าตลาดบางขันธ์ เห็นชายคนดังกล่าวเดินข้ามถนนเหมือนคนเมาทำให้ตนเบรกไม่ทันพุ่งชนอย่างจังจนสลบคาถนน จากนั้นรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ ซึ่งหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่นำตัวนายสุรพล ไปสอบปากคำอย่างละเอียด ก่อนสอบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่สุดช็อก!! สายแล้วลูกสาวยังไม่ไปทำงาน เดินไปหาที่บ้าน-มองลอดประตู เห็นศพลอย

เมื่อเวลา 08.30 น วันที่ 11 ม.ค. พ.ต.ท.วิริยะ คิดบา สารวัตรเวร สภ.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านหนองนกยูง ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ว่ามีคนผูกคอเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน หมู่ 1 บ้านหนองนกยูง ให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ หลังจากได้รับแจ้ง จึงไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวร โรงพยาบาลทัพทันและกู้ภัยอุทัยธานี

บริเวณบ้านที่เกิดเหตุอยู่ติดกับถนนสายตลุกดู่–หนองฉาง มีชาวบ้านและครูของโรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ (อุทิศพิทยาคาร) ต่างมายืนมุงดูด้วยความเศร้าสลด บริเวณกลางบ้าน พบศพหญิงสวมชุดนอน ใช้เชือกไนล่อนสีเขียว ผูกคอโยงกับจั่วไม้แปรหลังคาบ้าน เสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ทราบชื่อผู้ตาย คือ น.ส.เหมรดี  อายุ 46 ปี อยู่หมู่ 1 บ้านหนองนกยูง ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เป็นครูชำนาญการโรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ตายได้ใช้เก้าอี้ปีนขึ้นไปแล้วใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกติดกับจั่วไม้หลังคาบ้านและผูกคอตัวเอง หลังจากนั้นผู้ตายได้ถีบเก้าอี้ให้ล้มลง ทำให้ร่างห้อยลงมา เชือกรัดคอเสียชีวิตดังกล่าว ตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด พบเพียงผู้ตายได้เขียนข้อความไว้ด้านหลังปฏิทิน บอกกับน้องสาวว่า “มาถึงแล้วช่วยดูแลแม่ จัดการด้วยนะคะ ขอบคุณมากคะ อย่าเพิ่งเข้าห้องจุ๋มนะคะ รอจิ๊กก่อน กุญแจรถอยู่ตรงนี้ กุญแจห้องอยู่ในตู้ และพวงกุญแจที่ประตูเหล็ก” เจ้าหน้าที่จึงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานจากการสอบถามนางอารี อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นแม่ของผู้ตาย ทราบว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็นครู และตนเองได้ยกบ้านให้ผู้ตายอยู่อีกหลังหนึ่ง ซึ่งผู้ตายก็อยู่คนเดียว ส่วนตนเองก็อยู่อีกหลังหนึ่ง ซึ่งผู้ตายมีโรคประจำตัวเป็นโรคเส้นเลือดอุดตัน ซึ่งผู้ตายจะกินยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ และยังมีเนื้องอกในท้อง ถ้าไม่ได้กินยาผู้ตายจะเครียดและเจ็บปวด ซึ่งผู้ตายไม่ได้เดือดร้อนเรื่องการเงิน แต่จะเครียดกับการเป็นโรคส่วนตัวเท่านั้นในวันที่เกิดเหตุ ปกติผู้ตายจะตื่นก่อนตนเองเป็นประจำ และไปโรงเรียน ก็จะมาเรียกตนเองทุกเช้า แต่วันนี้ในช่วงเช้าตนเองได้ยินเสียงผู้ตายได้ถอยรถเก๋ง ออกมาจากบ้าน มาจอดไว้หน้าบ้าน และได้ยินเสียงปิดประตูเล็ก หลังจากนั้นช่วงสาย ตนเองก็ออกจากบ้าน เปิดประตูมาก็ยังเห็นรถผู้ตายจอดอยู่ จึงเดินไปดูที่บ้าน และมองผ่านประตูเหล็กไปยังในบ้าน ก็ต้องตกใจอย่างมาก เมื่อเห็นลูกสาวผูกคอ ร่างลอยจากพื้น จึงได้เรียกเพื่อนบ้าน ที่ผ่านไปมาให้มาช่วย และแจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้านที่เป็นหลานสาวให้มาดู แต่ผู้ตายก็เสียชีวิตไปแล้ว จึงให้หลานโทรศัพท์แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

ด้านนายสมศักดิ์ หนองคาย รอง ผอ.โรงเรียนวัดหนองขุนชาติ กล่าวว่า ผู้ตายมักจะพูดคุยกับตนเองเป็นประจำ และบ่นว่าคิดถึงน้องสาว และคุยกันทางไลน์กับน้องเป็นประจำ และบ่นว่าจะไปหาหมอ ตนเองก็ถามว่าเป็นอะไร ผู้ตายก็บอกว่าเป็นเนื้องอกในท้อง ซึ่งผู้ตายเครียดเรื่องโรคส่วนตัว ส่วนเรื่องงานผู้ตายไม่มีปัญหาอะไร ถือเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี เป็นที่รักของครู และเพื่อนๆมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

คอสะพานขาดปิดขาขึ้น-ขาล่อง ถ.เพชรเกษม ตัดทางเข้าออกภาคใต้ เตือนชลอการเดินทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายจุดใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่า ที่บ้านวังยาว ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ คอสะพานขาด รถไม่สามารถสัญจรได้ทั้งขาขึ้นและขาล่องใต้ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ขอให้ผู้ที่จะเดินทางลงไต้ หรือขึ้น กทม.ชลอการเดินทางออกไปก่อน โดยกรมทางหลวง ห้ามรถวิ่งชั่วคราวเนื่องจากกำลังวางสะพานแบริ่งให้ใช้ชั่วคราว คาดว่าจะใช้เวลานานประมาณ 1-2 ชม.หากดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จ และเปิดการจราจร ซึ่งจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ดังนี้ 032-511201 แขวงทางหลวงประจวบฯ,032-511223 แขวงทางหลวงประจวบ(หัวหิน),032-611276 ตำรวจทางหลวงประจวบ,1567 สายด่วน ศูนย์ดำรงธรรม, 1584 สายด่วนขนส่งทางบก,1784 สายด่วนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ที่มา>>>ข่าวสด

ครูรร.ดังกล้อนผมนร.หญิงอับอายต่อหน้าเพื่อน! ชาวเน็ตชี้ผมสั้นไปไม่ช่วยให้เรียนดีขึ้น

วันที่ 6 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของเด็กนักเรียนหญิงโรงเรียนดังแห่งหนึ่งที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ผมยาวจนโดนครูกล้อนผมจนแหว่งต่อหน้าเพื่อนๆ สร้างความอับอายแก่เด็ก

โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายนี้ระบุว่า

ผมเดิม (ด้านข้าง) ครู ปว. ว่ายาว เลยกร้อนมาซะขนาดนี้ (ตรงกลาง) ครูว่าน่ารักดี

แต่ความรู้สึก เด็กผู้หญิงเริ่มโต..จับกล้อนผมต่อหน้าเพื่อนๆ อายมั้ย ทำร้ายจิตใจเด็ก
อยากถาม ผอ. ประจวบวิทยาลัย ว่าแค่ไหนที่เรียกว่าสั้น ต้องเสมอ…เลยมั้ย

นอกจากนี้ยังระบุเพิ่มเติมว่า ครูใช้ปัตตาเลี่ยนกล้อนผมนักเรียนหญิง ล่าสุด นักเรียนคนนี้กลับบ้านมาร้องไห้ไม่ยอมไปโรงเรียนเพราะอายเพื่อนด้วย เมื่อไปถามครู ครูตอบว่าเป็นนโยบายของ ผอ. และตอนที่กล้อนผมเด็กก็ไม่ได้ว่าอะไร ด้านชาวเน็ตต่างแสดงความไม่เห็นด้วยกับครูที่กล้อนผมนักเรียนจนสั้นถึงขนาดนี้ และว่าผมสั้นไม่ได้ช่วยให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่อย่างใด

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดปากฆาตกรปาดคอหนุ่มดับชิงไอโฟน เผยวิธีเลือกเหยื่อ ยังกล้าพูดอย่าโชว์(คลิป)

จากกรณีเกิดเหตุแทงหนุ่มจนถึงแก่ความตายเหตุต้องการปล้นไอโฟน ซึ่งสามารถจับคนร้ายได้แล้ว คือ นายกิตติกร หรือต้อม วิกาหะ อายุ 26 ปี ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 22.00 น.วันที่ 4 ม.ค.ได้ขี่จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า พยายามชิงทรัพย์กระเป๋าสะพายผู้หญิง แต่ไม่ได้ทรัพย์สินไป เหตุเกิดภายในซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 พื้นที่สน.โคกคราม จากนั้นยังได้ก่อเหตุชิงทรัพย์หญิงสาวเพิ่มอีกนั้น

โดยนายกิตติกร ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนไม่ได้เมายา ตนขับรถผ่านไปเจอผู้ตายพอดี คำว่า ปาดคอ จริงๆ ไม่ได้ปาดคอ เพราะเขาสู้เลย สู้กัน เอามีดไปแฉลบ ไม่ได้ปาดคอ ฟังความสองข้างบ้าง อย่าฟังความข้างเดียว

ทั้งนี้ ในการสอบสวนตอนหนึ่ง นายกิตติกร ได้กล่าวถึงเรื่องการเลือกเหยื่อ ว่า จะดูจากการแต่งตัว สะพานกระเป๋า คาดกระเป๋า เสียบหูฟัง พยายามอย่าทำตัวให้ล่อแหลม อะไรที่มีค่าเซฟ อย่าโชว์ ยิ่งโชว์ยิ่งล่อใจ

ที่มา>>>ข่าวสด