‘ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ’ แห่แลกกระปุก‘อุปกรณ์ทรงงาน’ในหลวงร.9 วันแรกคึกคัก

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่บริเวณห้องโถง ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ จัดพิธีเปิดโครงการ “ออมเพื่อให้ตามรอยพ่อ” โดยเปิดรับเงินออมจากประชาชน เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา พร้อมแลกรับกระปุกออมเงินรูปจำลอง อุปกรณ์ทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้ง 3 แบบ เป็นวันแรก

ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีนิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เปิดเผยว่า โครงการนี้มุ่งหวังให้สังคมไทยเกิดการออมและการแบ่งปัน ตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์นักออมเงินที่ทรงให้ความสำคัญต่อการออม และการให้เพื่อส่วนรวม พร้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรอันงดงาม และพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของการออมตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และเพื่อปลูกฝังให้ประชาชนรู้จักการออมและอยู่อย่างพอเพียง

“ที่สำคัญยังเป็นการสานต่อการออมในการสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ซึ่งเป็นอาคารหลังสุดท้ายที่พระองค์พระราชทานนามไว้ให้ ทางโรงพยาบาลจึงจัดทำกระปุกออมเงินรูปจำลองอุปกรณ์ทรงงานของพระองค์มาให้ประชาชนแลกเป็นของที่ระลึก จำนวน 3 แบบ ได้แก่ วิทยุสื่อสาร กล้องถ่ายรูป และรถจี๊ป สัญลักษณ์ที่มีคุณค่าทางจิตใจ และเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงงานหนักเพื่อประชาชน ประชาชนสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยการนำกระปุกออมสินที่มีเงินออมเต็มกระปุกขนาดใดก็ได้ มาสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรมหาบพิตร 84 พรรษา และรับกระปุกที่ระลึกสัญลักษณ์อุปกรณ์ทรงงานตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค.-20 ต.ค. 2560 ได้ทีละแบบ ตามช่วงวันที่กำหนด โดยวิทยุสื่อสารรับได้ตั้งแต่วันที่ 4-20 ส.ค. กล้องถ่ายรูป รับได้ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค.-20 ก.ย. และรถจี๊ป รับได้ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.-20 ต.ค. ส่วนวันนี้เป็นวันเดียวที่เปิดให้แลกทั้ง 3 แบบ โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนมาร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 3,000 คน และลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้ากว่า 12,000 คน” ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนที่ลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าและลงทะเบียนหน้างาน มาต่อคิวร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรมหาบพิตร 84 พรรษา พร้อมแลกรับกระปุกออมเงินรูปจำลองอุปกรณ์ทรงงานเป็นจำนวนมาก โดยบางคนเดินทางจากต่างจังหวัดมางานนี้โดยเฉพาะ ตลอดทั้งวันมีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 30,000 คน

น.ส.ณฐภัทร รอดปรีชา อายุ 29 ปี เดินทางมาจาก จ.กาญจนบุรี พร้อมกับนายนพวงศ์ เย็นแย้ม อายุ 30 ปี แฟนหนุ่ม บอกเล่าความรู้สึกว่า ตนลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้ามาแล้ว ปกติใกล้ช่วงวันเกิดตั้งใจจะทำบุญอยู่แล้ว พอทราบว่ามีโครงการนี้จึงรีบลงทะเบียนเข้าร่วมทันที และเดินทางมารับด้วยตนเอง นอกจากจะได้ทำบุญเพื่อช่วยเหลือด้านการสาธารณสุขของไทยแล้ว ยังได้รับของที่ระลึกการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วย ทำให้ตนได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงงานเพื่อประชาชน ที่ผ่านจะชอบสะสมของที่ระลึกของพระองค์ ทั้งเหรียญและธนบัตรที่ระลึกในโอกาสพิเศษต่างๆ รวมถึงหนังสือพิมพ์และพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ด้วย

“รู้สึกเป็นบุญและภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาภายใต้ร่มพระบารมีของในหลวง รัชกาลที่ 9 ส่วนตัวได้น้อมนำเรื่องการออมมาใช้และแบ่งปันผู้อื่น เมื่อถึงวันเกิดหรือวันพิเศษต่างๆ ก็จะนำเงินออมส่วนหนึ่งมาทำบุญ นอกจากนี้ยังน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิตด้วย” น.ส.ณฐภัทร กล่าวอย่างตื้นตัน

สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถร่วมสมทบเงินออม ผ่านบูธกิจกรรมของห้างสรรพสินค้าและทางออนไลน์ โดยติดตามรายละเอียดได้ที่ www.savingforgiving.com หรือโทร.1474 เวลา 08.00-16.00 น.

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

หัวอกแม่! ร่ำไห้วอนช่วยชีวิตลูกสาว ถูกหนุ่มลูกบิ๊กทหารอุ้มหายตัว 3 ปี ไม่มีใครกล้าแตะ

วันที่ 2 ส.ค. นางพัชรี ปั้นทอง (แม่น้องพลอย) และ เพื่อนสนิทของน้องพลอย ได้เดินทางไปเปิดใจในรายการ “โหนกระแส” ถึงประเด็น ลูกสาวถูกแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นลูกชายของนายทหารระดับบิ๊กอุ้มหายไป 3 ปี ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เพราะเส้นใหญ่คับฟ้า จนคุณแม่ต้องไปเรียกร้องความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี โดยมี “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นพิธีกร

พิธีกรเริ่มถามว่าวันนั้นเกิดเหตุอะไรขึ้น นางพัชรี ตอบว่า “3 ปีที่ผ่าน น้องทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง วันนั้นน้องมีประชุม และน้องบอกกำลังจะกลับบ้าน ปกติจะกินข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน จนประมาณ 20.15 น. น้องยังไม่กลับ เลยส่งไลน์หาน้อง วันนั้นเป็นวันที่ 21 พ.ค. 2557 แม่ส่งไลน์ไป 3 ข้อความไม่อ่านเลย ก็เลยโทรศัพท์ไป 4 สาย สายที่ 4 ตัดทิ้งค่ะ หลังจากวันนั้นก็ไม่เห็นหน้าน้องอีกเลย ก่อนหน้านี้ลูกสาวไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ กับแฟนคนนี้คบกัน 2-3 ปี แฟนเขาเป็นคนอารมณ์รุนแรงมาก เวลาโทรมาหาน้องจะดุน้องมาก เคยมาทำร้ายถึงในบ้าน ทะเลาะกันก็มาขว้างโทรศัพท์น้อง”

พิธีกรถามคุณเอ (นามสมมุติ) เพื่อนสนิทกับพลอย ทราบปัญหาของเพื่อนบ้างหรือเปล่า เอ ตอบว่า “แฟนพลอยจะมีอารมณ์ขี้โมโหทำอะไรก็ต้องให้ได้ดั่งใจ ส่วนพลอยเป็นคนร่าเริงและเป็นคนที่รักแม่ หวงแม่ เวลาจะออกไปไหน จะซื้อของมาฝากตลอด มีอยู่วันหนึ่งเราได้ไปอ่านไลน์ของพลอย ซึ่งมีคำพูดที่ไม่สุภาพ ด่าพลอย ถ้าพลอยไปมีแฟนคนอื่นจะกรีดหน้าให้เสียโฉม”

พิธีหันมาถามนางพัชรี ผู้เป็นแม่ว่าทราบเรื่องนี้หรือเปล่า นางพัชรี ตอบว่า “ทราบค่ะ ตอนนั้นเขาเลิกกันแล้ว น้องพลอยมาเล่าให้ฟังว่า แฟนเขามีครอบครัวอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเลิก และรับปากกับแม่ว่าจะเลิกยุ่งเด็ดขาด หลังจากนั้นน้องก็มีคนมาคบหาใหม่ พอผู้ชายคนนี้รู้เขาก็ขับรถกันมาขอน้องแต่งงานทั้งๆ ที่เขามีครอบครัวอยู่แล้ว คือตอนที่เขาขับรถมาแม่ก็ไม่รู้ว่าเขามาขอแต่งงาน เพราะว่าแม่ทำงานอยู่ เขาบอกจะหมั้นไว้ก่อนแสนนึง แต่มีข้อแม้ว่าจะเอาน้องไป แม่เลยบอกว่าขอถามน้องก่อน แม่ก็เลยโทรศัพท์ไป น้องก็บอกว่าไม่เอาแล้วนะ น้องเล่าให้ฟังว่าเขาไปดักทำร้าย”

ทำไมแม่คิดว่าผู้ชายคนนี้อุ้มน้องหายไปเมื่อ 3 ปีก่อน นางพัชรี ตอบว่า “เขาจำนนด้วยหลักฐานหลายอย่าง หนึ่งกล้องวงจรปิด เป็นรถเก๋งสีของเขา และมีคนเห็นรถเก๋งคันนี้จอดอยู่แล้วผู้ชายใส่ชุดทหาร แล้วแม่ก็ไปขอความช่วยเหลือคน คนหนึ่งเขาเจาะข้อมูลให้ เขาบอกว่าน้องหายไปกับคนที่ใช้โทรศัพท์เบอร์นี้ และไปจอดที่ปั๊ม 19.15 น. เหตุการณ์ชี้ชัด”

ผู้ชายคนที่ว่าอุ้มน้องไปเมื่อ 3 ปีก่อนยังเจออยู่ไหม นางพัชรี เผยว่า “วันแรกที่เกิดเรื่อง รุ่งเช้าเขาโทรมาหาแม่ บอกว่าได้ข่าวว่าน้องหายไป เราก็ถามไปว่าเอาน้องไปมั้ย เขาบอกผมไม่เอาหรอก มาขอแม่ แม่ก็ไม่ให้ เขาตอบแบบนี้ ประมาณอีก 5-6 วัน เขาก็โทรมาว่ารู้เรื่องน้องพลอยหรือยัง เจอยัง แล้วจากนี้แม่จะทำยังไงต่อ แม่ก็บอกต้องแจ้งความ ก็เลยถามเขาว่าถามจริงๆ ตอบแบบลูกผู้ชายนะเอาน้องไปมั้ย เขาก็บอกว่าไม่ได้เอาไป เราก็ถามว่าแน่ใจนะ เขาบอกว่าแน่ใจ และบอกว่าไม่รู้สินะ แล้วก็ตัดสายทิ้งไป หลังจากนั้นก็ไม่เจอเลย”

พีธีกรถามต่อว่า แม่คิดว่าเขายังมีชีวิตอยู่ไหม นางพัชรี ตอบว่า “3 ปีที่รอ แม่ต้องสู้กับเวลาและความอดทน ลูกต้องอยู่สิค่ะ แม่ต้องอดทนทั้งกระแสทั้งบวกและลบ รอลูก ลูกต้องกลับมากินข้าวด้วยกัน แม่ส่งข้อความหาลูกทุกวัน ส่งมา 3 ปี ส่งไปเบอร์มือถือน้อง แต่ติดต่อน้องไม่ได้ อยากให้มีอะไรมาดลบันดาลให้น้องมาเปิดอ่าน น้องจะได้รู้ว่าแม่รอเขาอยู่ น้องต้องอยู่ค่ะ เราต้องกลับมากินข้าวเย็นด้วยกัน เราเคยไปเที่ยวด้วยนะ”

ติดตามชมการเปิดใจแบบหมดเปลือก ได้ในรายการ “โหนกระแส” วันนี้ 20.30-21.00 น. ช่อง 28

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สุดเศร้า!! วันนี้เผา‘อาเล็ก’ฮีโร่ลุยไปช่วยน้ำท่วม-ตัวเองดับสลด เพื่อนอาลัยนอนเฝ้าศพ

ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว เพื่อนฝูง หนุ่มจิตอาสา วัย 25 ปี ‘อาเล็ก’ ออกไปช่วยชาวบ้านขนของหนีน้ำท่วมที่สกลนคร ก่อนหายตัวไป สุดท้ายพบเป็นศพสุดสลดจากไปก่อนวัยอันควร วันนี้ (1 ส.ค.) เวลา 13.00 น. จะมีการเคลื่อนศพอาเล็กไปที่วัดป่าศรีสว่าง ก่อนส่งอาเล็กไปสวรรค์

โดย กีต้าร์ เพื่อนสนิทของอาเล็ก โพสต์เฟซบุ๊กก่อนหน้านั้นว่า “หลายคนถามเรื่องอาเล็ก ขอเล่านะครับ เวลาประมาณบ่าย2กว่า อาเล็กบอกเเม่ว่าจะเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อไปช่วยเพื่อนในหมู่บ้าน จะไปดูว่าน้ำท่วมเยอะขนาดไหน จะไปช่วยเพื่อนขนของหนีน้ำ เเม่เเละน้องได้ห้ามไว้ เเต่อาเล็กคิดว่า น้ำคงไม่ท่วมเยอะเพราะเกิดมาท่วมมากสุดเเค่หัวเข่า

อาเล็กเลยลุยน้ำออกไปจากบ้านพร้อมกระบะผสมปูน จนถึงเวลา 16.00 น. อาเล็กยังไม่กลับเข้าบ้าน น้องสาวอาเล็กได้โทรหากีต้าร์ว่าอาเล็กอยู่ด้วยไหม ซึ่งอาเล็กไม่ได้อยู่กับกีต้าร์ น้องสาวอาเล็กเลยให้กีต้าร์สอบถามเพื่อนคนอื่นๆให้ ซึ่งทุกคนก็ตอบคำตอบเดียวกันคือไม่เจออาเล็ก กีตาร์สอบถามเพื่อนทั้งหมดไม่มีใครพบอาเล็กเลย

เช้าวันที่ 30 ก.ค. เวลา 06.30 น. กีต้าร์ได้ไปหาอาเล็กที่บ้าน ทางบ้านบอกอาเล็กยังไม่กลับ จึงได้ไปตามหาที่ร้านเกม เจ้าของร้านบอกไม่ได้เข้ามาหลายวันเเล้ว

เวลา 10.00 น. กีต้าร์ได้โทรหาน้องสาวอาเล็กถามว่าอาเล็กกลับบ้านยัง น้องสาวอาเล็กบอกยังไม่กลับ

เวลา 11.00 น. ได้ติดต่อหาเเม่อาเล็ก ได้คำตอบคือยังไม่กลับ

เวลา 12.30 น. ได้โทรหาน้องสาวอาเล็กให้ไปเเจ้งความไว้ เเล้วกีต้าร์ได้โพสต์ตามหาในเฟซ โพสต์ได้ประมาณ 10 นาที เพื่อนบ้านได้บอกว่ามีคนพบศพผู้ชาย กีต้าร์จึงรีบไปดูศพ พบเป็นอาเล็กจริงๆ

ไม่คิดว่าเเกจะจากไปเร็วเเบบนี้ ได้เเต่ทำใจ สิ่งดีๆที่เเกมอบให้ฉัน ที่คอยช่วยเหลือฉัน ทุกอย่างที่เราร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกันตั้งเเต่เล็กจนโต ฉันซาบซึ้งในความเป็นเพื่อนของเเกมาก เเกคือเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตฉันคนหนึ่ง ฉันจะจำทุกประสบการณ์ที่เรามีความสุขเเละความทุกข์ร่วมกันมา เธอคือมิตรเเท้ที่ชีวิตนี้ฉันคงหาไม่ได้อีกเเล้ว รักเเละคิดถึงเธอเสมออาเล็กเพื่อนรัก”

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เตือนอีกวันนี้ฝนถล่ม 37 จังหวัดทั่วประเทศ ภาคเหนือโดน 11 จังหวัด ภาคอีสานก็หนัก 9 จังหวัด

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 31 ก.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ว่า ประเทศไทยตอนบนมีการกระจายของฝนลดน้อยลง ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มมากขึ้น ส่วนทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยยังมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยการกระจายของฝนลดน้อยลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง

อนึ่ง พายุโซนร้อน“เนสาท”( NESAT) ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้ว ยังปกคลุมอยู่บริเวณมณฑลฝูเจี้ยนประเทศจีน ส่วนพายุโซนร้อน “ไห่ถาง” (HAITANG) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งไต้หวันแล้ว พายุทั้งสองลูกนี้ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวควรตรวจสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย

สำหรับการพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันที่ 1 ส.ค. ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ และขอนแก่น

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท และกาญจนบุรี

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

“ทร.”สั่งสอบคลิปเมียผู้การด่าทหารเกณฑ์ สอบให้ชัดนำกำลังพลไปใช้แบบนี้..ถูกระเบียบหรือไม่

จากคลิปที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อเพจ Social Hunter ได้เผยแพร่คลิปแอบถ่ายจากร้านอาหารแห่งหนึ่งในจ.ระยอง เป็นเหตุการณ์พลทหารถูกเกณฑ์มาเป็นคนงานในร้านอาหารดังกล่าว กำลังถูกต่อว่า จากผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าเป็นภรรยาของนาวาเอก ได้เรียกคนงานมาต่อว่าเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องค่าไฟ การดูแลร้าน ซึ่งทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างรุนแรงถึงการกระทำดังกล่าว

แอดมินช่วยตีแผ่เรื่องนี้ด้วยนะ เมียนาวาเอก ฮะ แห่งกองทัพเรือ กดขี่ข่มเหงพลทหาร!!!น่าสงสารชีวิตพลทหารตั้งใจมารับใช้ชาติ กลับถูกเกณฑ์มาเป็นทาสให้เมียนายโขกสับ!!! กว่า 20 ชีวิต!!!เค้าเอาพลทหารไปใช้งาน ตัดค่าไฟด้วยคนละ 300 บาท ทั้งๆที่เอาไปใช้งาน ก่อนหน้ามีพลทหารออกมาได้ 3 คน เค้าสั่งให้ลูกน้องเค้าส่งไปอยู่ใต้ เงินเดือนก็เป็นเบี้ยเลี้ยงทหารนะครับ มันไม่ได้สุขสบายอย่างที่คนพูดกันว่ามาอยู่บ้านนาย ฟังเอาเองครับ#ผู้มีอำนาจโปรดช่วยเหลือพลทหาร @ร้านอาหาร จ.ระยอง ด้วยเจ้าครับ!!! ความจริงอีกด้านหนึ่งที่หลายคนยังไม่รู้ ในคราบนักบุญของคนบาป#ปรายฟ้า

Publicerat av Social Hunter den 26 juli 2017

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบยังร้านอาหารดังกล่าว ทราบว่าชื่อร้านต้นทางรัก ซึ่งมี ‘เจ๊นก’ ภรรยาของนาวาเอกพิเศษ นิวัธ ฮะเจริญ รองผอ.การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นเจ้าของร้าน

ขณะที่ นาวาเอกพิเศษ นิวัธ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่อยากรับรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร และคาดว่าคงจะเป็นเรื่องของการกลั่นแกล้งกัน เพราะตนทราบดีและจากการกล่าวถึงชื่อร้านของตน ยอมรับว่าเป็นเจ้าของร้านจริง แต่ไม่ขอตอบว่าคลิปดังกล่าวจริงหรือไม่จริง และจะไม่ขอฟ้องร้องใดๆ ปล่อยให้เป็นไปตามกระแสโลกโซเชียล และไม่ขอรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะถือเป็นการกลั่นแกล้งกันมากกว่า จึงขอให้ผ่านไป

ล่าสุดเวลา 14.00 น. พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีที่การเผยแพร่คลิปภรรยาของ น.อ.นิวัธ ฮะเจริญ รองผู้อำนวยการท่าเรือสัตหีบ นำกำลังพลไปใช้งานที่ร้านอาหารจนกลายเป็นคลิปในโลกออนไลน์ ว่า จะให้การท่าเรือสัตหีบตั้งคณะกรรมการสอบสวน ถ้าเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง ต้องให้ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ

ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่ามีการนำกำลังพลไปใช้เป็นไปตามระเบียบทางราชการหรือไม่ รวมถึงกำลังพลที่ถูกนำไปใช้งานจะร้องทุกกล่าวโทษหรือไม่ หากทำโดยพลการผู้บังคับบัญชาสามารถสั่งลงโทษเนื่องจากผิดวินัย


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ปิดชายแดนล่า! แก๊งโจรกรรมงาช้างโบราณ อายุกว่า 400 ปี หายจากหมู่บ้านฤาษี

วันที่ 10 มิ.ย. เจ้าหน้าที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 347 ฐานปฏิบัติการบ้านเลตองคุ หมู่ 10 ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกเข้าไปโจรกรรมงาช้างโบราณซึ่งแกะสลักลายพุทธประวัติสมัยอยุธยา อายุกว่า 400 ปี ที่ตั้งอยู่ภายในศาลาภายในอาศรมฤาษี กลางหมู่บ้านชาวไทยกะเหรี่ยง บ้านเลตองคุ ห่างจากแนวชายแดนไทย-เมียนมา เพียง 1.5 กิโลเมตร โดยหลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจตะเวนชายแดน และฝ่ายปกครองในพื้นที่จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่นับถือฤาษี ต่างมารุมล้อมที่อาศรมฤาษี ซึ่งเป็นอาศรมไม้หลังเก่าแก่ ที่ใช้ประกอบศาสนพิธี ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในอาศรมแห่งนี้ พบว่างาช้างโบราณแกะสลักเป็นรูปพระพุทธเจ้านั่งปางสมาธิ โดยรอบจากโคนถึงปลายงาช้าง ที่มีความยาวกว่า 2 เมตร น้ำหนักรวมกว่า 40 กก. จำนวน 2 คู่ ถูกคนร้ายโจรกรรมหายไปอย่างไร้ร่องรอย

เจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นมั่นคงอำเภออุ้มผางทุกจุดตรวจ ให้เร่งออกทำการออกติดตามไล่ล่าคนร้ายซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนหลายคน ตลอดจนเร่งประสานความร่วมมือทางด้านการข่าวไปยัง กองกำลังของประเทศเมียนมา ให้ช่วยค้นหาทั้งนี้เพื่อป้องกันกลุ่มคนร้ายหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งผลการปฏิบัติการไล่ล่ากลุ่มคนร้ายตลอดทั้งคืนจนถึงช่วงสายของวันนี้ ก็ยังไม่พบตัวคนร้ายตลอดจนงาช้าง ที่ไม่อาจประเมินมูลค่าได้ ก็ยังหายสาบสูญ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ยังคงเร่งออกค้นหาตลอดแนวชายแดน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุที่งาช้างโบราณที่เป็นของล้ำค่าหายากคู่นี้จะหายไป ได้มีชาวบ้านพบกลุ่มผู้ต้องสงสัยหลายคนซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ได้มาพักอาศัยภายในอาศรมฤาษี ซึ่งเป็นจุดตั้งของงาช้าง ก่อนช่วงเช้าจึงมีชาวบ้านมาพบว่างาช้างล้ำค่าได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับบุคคลต้องสงสัยก็หายตัวออกจากหมู่บ้านไปด้วยเช่นเดียวกัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งกำลังติดตามตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยซึ่งขณะนี้พอจะทราบชื่อและกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวน

สำหรับหมู่บ้านเลตองคุ เป็นหมู่บ้านห่างจากตัวอำเภออุ้มผางกว่า 100 กิโลเมตร ติดแนวชายแดนไทย-เมียน และเป็นหมู่บ้านกระเหรี่ยงนับถือฤาษีแห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีฤาษีเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และมีการถือศีลกินเจที่เคร่งครัด โดยมีองค์ฤาษีสืบทอดเป็นผู้นำชุมชนจนถึงปัจจุบัน ทำให้ชาวกะเหรี่ยงในหมู่บ้าน เกิดความศรัทธา และหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีของสำคัญล้ำค่าที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้คือ งาช้างโบราณที่มีอายุกว่า 400 ซึ่งเป็นงาช้างศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเลตองคุหวงแหน

ที่มา:ข่าวสด

เดินขึ้นภูกระดึงว่าเหนื่อย เจอแบบนี้หน่อยเจ้าหน้าที่-ลูกหาบ แบกรถไถขึ้นภูกระดึง!

เป็นภาพที่ได้รับการแชร์จากสมาชิกเฟซบุ๊ก Sunita Nakok ซึ่งได้เผยแพร่ให้เห็นภาพของทีมเจ้าหน้าที่ของอุทธยานแห่งชาติภูกระดึงซึ่งระดมเจ้าหน้าที่ และลูกหาบมาขนอุปกรณ์รถไถขึ้นไปบนภูกระดึง โดยแยกอุปกรณ์เป็นส่วนๆ ขึ้นไปด้านบน เพื่อนำไปปรับไถที่ซึ่งเป็นขั้นตอนในการป้องกันไฟป่าด้วย โดยเรื่องดังกล่าวได้รับการแชร์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อย่างมาก

 

ที่มา:ข่าวสด

ยายวัย83สู้ชีวิตเข็นรถขายขนมไปกลับ10ก.ม. ลูกทิ้งอยู่ลำพัง30ปี-ฝันก่อนตายมีบ้าน

วันที่ 13 ก.พ. คุณยายสมัย วัย 83 ปี ชาวบุรีรัมย์ ที่ถูกลูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพังมานานกว่า 30 ปี แต่กลับไม่ยอมงอมืองอเท้า ต่อสู้ชีวิตด้วยการเดินเข็นรถขายมันนึ่งและขนมหวานที่ทำเอง จากห้องเช่าบริเวณบ้านโสน ต.บ้านยาง ไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ไปกลับเฉลี่ยวันละเกือบ 10 กิโลเมตร  จนกลายเป็นภาพชินตา เพราะคุณยายจะเดินเข็นรถเร่ขายขนมเป็นประจำทุกวัน แม้จะมีสภาพหลังค่อมจากสังขารที่มากขึ้นก็ตาม จนสร้างความประทับใจและสงสารแก่ผู้พบเห็น ต่างช่วยกันอุดหนุนซื้อขนมของคุณยาย จนหลายคนทั้งที่เป็นข้าราชการ พนักงานบริษัทและประชาชนทั่วไปก็กลายเป็นลูกค้าขาประจำ เพราะหลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าประทับใจในความสู้ชีวิตของคุณยาย ที่แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ไม่งอมืองอเท้าหรือเป็นภาระของสังคม ทั้งยังได้ยกย่องให้คุณยายสมัย  เป็นต้นแบบของการสู้ชีวิตแม้อายุสังขารก็ไม่เป็นปัญหาอุปสรรคหากใจสู้ยายสมัยกล่าวว่า  หลังจากสามีเสียชีวิตและลูกขายที่ดินจนหมด ก็ทอดทิ้งให้อยู่ลำพังมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันกว่า 30 ปีแล้ว  จึงทำขนมหวาน มันนึ่งใส่รถเข็นๆ ขายตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อเลี้ยงตัวเองจะได้ไม่เป็นภาระของผู้อื่น ซึ่งหลังจากลูกทอดทิ้งก็ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ปัจจุบันต้องไปอาศัยเช่าบ้านราคาถูกเดือนละ 1,000 บาท ขณะที่มีรายได้จากการเข็นรถขายขนมวันละ 400–500 บาท ซึ่งก็เพียงพอจะเลี้ยงตัวเองได้
คุณยายยังยืนยันว่าจะทำขนมเข็นขายไปจนวันสุดท้าย เพราะไม่อยากเป็นภาระของใคร แต่สิ่งที่อยากได้ในบั้นปลายชีวิตที่เหลือ ก็อยากจะได้บ้านหลังเล็กๆ เป็นของตัวเองสักหลัง จะได้ไม่ต้องเช่าบ้านอยู่

ที่มา>>>ข่าวสด

“สีสุก” โพสต์เปิดใจ เป็นเพื่อน “ไซซะนะ” จริง แต่ไม่เกี่ยวค้ายา วอนเสพสื่ออย่างมีสติ

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจับกุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ คาสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นก็มีการขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องหลายราย ก่อนที่จะมีการนำภาพของ สีสุก ดาวเฮือง ถ่ายคู่กับพระเอกช่อง 7 สี และมีรูปของไซซะนะเข้าไปเกี่ยวข้อง ทำให้หลายคนคิดไปว่า สีสุก ดาวเฮือง ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดของนายไซซะนะ

ล่าสุด สีสุก ดาวเฮือง โพสต์เฟซบุ๊กเปิดใจ หลังมีกระแสข่าวในแง่ลบออกมาดังกล่าว โดยเพจโทละโข่งได้นำข้อความของ สีสุก มาเผยแพร่พร้อมเขียนข้อความว่า “มาแล้ว! สีสุก ดาวเฮือง โพสต์ข้อความล่าสุดเปิดใจ” และมีภาพของ สีสุก คุกเข่าพนมมือไหว้อยู่ด้านหน้าพระพุทธรูป ในพระอุโบสถวัดแห่งหนึ่ง ที่เมืองเฟือง แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาวโดยข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า “วันนี้ ข้าพเจ้าสีสุก ดาวเฮือง อยากขอเปิดใจที่ได้อดทนนับแต่วันที่ไซซะนะถูกจับกุมในประเทศไทย ให้สังคมได้รับข้อที่เป็นจริง เรื่องของข้าพเจ้า ที่กำลังเป็นกระแสในโลกสื่อออนไลน์ทุกวันนี้ ปัจจุบัน ข้าพเจ้าได้ชีวิตตามปกติ วันนี้ได้มาทำบุญ ถ่ายรูปกับพระที่คนลาวเคารพนับถือ ให้เป็นที่พึ่งทางใจ“ก่อนอื่น ข้าพเจ้าอยากเรียกร้องถึงสื่อสังคมออนไลน์ ให้เสพสื่ออย่างมีสติ มีความเป็นจริงเป็นอย่างไร เพราะกระแสข่าวที่ได้กล่าวหาข้าพเจ้าว่า ได้เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมค้ายากับไซซะนะนั้น ไม่ใช่ความจริง ข้าพเจ้ายอมรับว่า ได้เป็นเพื่อนกับไซซะนะจริง ในนามไปเล่น ไปเที่ยว และพบปะกันตามงานสังคม”

สุดท้าย ข้าพเจ้าอยากอ้อนวอนให้สื่อสังคมออนไลน์ อย่าเอาความเป็นเพื่อน กับการถ่ายรูปด้วยกัน มาตัดสินให้ข้าพเจ้าเสียหายในสังคมออนไลน์ และในสังคมลาวที่ข้าพเจ้าได้อาศัยอยู่มาจนถึงครึ่งชีวิต ขอขอบใจทุกคนที่เป็นกำลังใจ

ที่มา>>>ข่าวสด

ฮาลั่นฮอลล์! แชร์ว่อนลีลา “น้องยุ้ย” เบอร์ 8 ตอบคำถามบนเวทีมิสแกรนด์โคราช

เป็นอีกคลิปหนึ่งที่ถูกแชร์เยอะมากในวันนี้ กับความฮาปนความน่ารัก ของ “น้องยุ้ย” ผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์นครราชสีมา หมายเลข 8 ที่ผ่านเข้ามาในรอบตอบคำถาม โดยกรรมการถามว่า “นอกจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว บุคคลที่มีอิทธิพลต่อคุณมากที่สุดคือใคร เพราะอะไร” ซึ่งลีลาการตอบคำถามของน้องยุ้ย เรียกเสียงฮาสนั่นฮอลล์ ส่วนจะขำแค่ไหนไปดูกันเลย

ที่มา>>>ข่าวสด