มอบเงินช่วย ‘น้องฟิม เพชรในตม’ บ้านยากจน สอบโอเน็ตวิชาเลข ได้เต็ม 100

ธารน้ำใจหลั่งไหล มอบทุนการศึกษาให้แก่ ด.ญ.อโรชา (น้องฟิม) บัวเพชร เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หลังสอบทำคะแนนเต็ม 100 คะแนน ในวิชาคณิตศาสตร์ ปลื้มใจแทน นร.ถิ่นทุรกันดาร มีครูไม่ครบชั้น แต่สามารถทำคะแนนได้ดีเทียบ ร.ร.ชั้นนำ

ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า จากกรณีที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ประกาศผลการจัดสอบโอเน็ต (ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา) ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ประจำปีการศึกษา 2558 พบปรากฏว่า มีนักเรียนชั้น ป.6 ในสังกัด สพป.พัทลุง เขต 1 ทำคะแนนเต็ม 100 คะแนน ในวิชาคณิตศาสตร์มากถึง 46 คน และคะแนนเต็ม 100 ในวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 3 คน ซึ่งจากการประกาศผลการสอบโอเน็ตดังกล่าว ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการการศึกษาจังหวัดพัทลุง เมื่อพบว่า ด.ญ.อโรชา บัวเพชร นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านหัวป่าเขียว นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และโรงเรียนก็เป็นโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารที่สุดใน สพป.พัทลุง เขต 1 มีผลการสอบโอเน็ต ในวิชาคณิตศาสตร์ได้คะแนนเต็ม 100

ทั้งนี้ โรงเรียนดังกล่าวซึ่งเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล – ป.6 จำนวน 8 ห้องเรียน แต่มีครูสอนเพียง 3 คน ครูจ้าง 1 คน ครูสอนคนพิการ 1 คน ซ้ำยังไม่มีผู้บริหารของโรงเรียนดังกล่าว ตามข่าวที่ นสพ.ไทยรัฐ และไทยรัฐออนไลน์ ได้เสนอข่าวไปจนโด่งดังทั่วประเทศไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันนี้ (ที่ 21) ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอควนขนุน จ.พัทลุง พันเอก ราชัน ธงชัย สัสดีจังหวัดชลบุรี เป็นตัวแทนของคณาจารย์ และนิสิตนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และคณะ ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่ ด.ญ.อโรชา (น้องฟิม) บัวเพชร เป็นเงิน 50,000 บาท นอกจากนั้นยังได้มอบเงินให้กับโรงเรียนบ้านหัวป่าเขียวอีก จำนวน 10,000 บาท และมอบเงินสมทบทุนโครงการอาหารกลางวันให้กับนักเรียนในโรงเรียนดังกล่าวอีกจำนวนหนึ่งด้วย โดยมี นายนฤทธิ์ มงคลศรี นายอำเภอควนขนุน และพันตรี จารุกิตติ์ ทองคง สัสดีอำเภอควนขนุน ให้การต้อนรับ

ทางด้านพันเอก ราชัน เผยว่า หลังจากที่ทราบข่าวดังกล่าวทางไทยรัฐออนไลน์ ก็ได้แปลกใจเป็นอย่างยิ่งที่นักเรียนในถิ่นทุรกันดาร ครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ มีครูไม่ครบชั้น จะสามารถสอบโอเน็ตในวิชาคณิตศาสตร์ได้คะแนนเต็ม 100 ทั้งๆ ที่ไม่ได้ไปเรียนกวดวิชาจากที่ไหนเลย ก็ต้องขอบคุณคุณครูในโรงเรียนโดยเฉพาะอาจารย์นงเยาว์ ขุนจันทร์ ผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ และผู้รักษาการ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ที่สามารถผลักดันเด็กคนดังกล่าวจนประสบความสำเร็จ ซึ่งถือว่าเด็กคนนี้เป็นเพชรเม็ดงามที่มีค่าต่อประเทศชาติ และหากได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนการศึกษาจากผู้ใจบุญ นักเรียนคนนี้จะเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่าของประเทศชาติอย่างแน่นอน ตนจึงขอวิงวอนให้ผู้ใจบุญได้ให้การช่วยเหลือน้องฟิมด้วย

สำหรับผู้ใจบุญ สามารถโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชี ด.ญ.อโรชา บัวเพชร ที่ธนาคารออมสิน สาขาควนขนุน เลขที่บัญชี 020166624641.

ที่มา>>>Thairath

พบกระดูกมนุษย์ถูกไฟป่าเผาที่ภูกระดึง คาดเป็นตร.โรงพักบ้านแท่น

(ภาพจาก:กู้ภัยภูกระดึงพิทักษ์ชีพ จ.เลย)

พบโครงกระดูกมนุษย์เพศชาย ถูกไฟป่าเผาจนเกรียม บางส่วนถูกสัตว์ป่าแทะกิน ที่ลำห้วยแฮด ห่างจากด่านตรวจจุดที่ 2 ทางขึ้นภูกระดึงประมาณ 700 เมตร คาดเป็นดาบตำรวจโรงพักบ้านแท่น ที่หายตัวไป ประสานญาติตรวจดีเอ็นอี พิสูจน์

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 เม.ย.59 พ.ต.ท.ชูเกียรติ ภูบ้านหม้อ สว.(สอบสวน) สภ.ภูกะดึง จ.เลย ได้รับแจ้งจาก จนท.อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ว่าพบโครงกระดูกมนุษย์ถูกเผาที่ลำห้วยแฮด ห่างจากด่านตรวจจุดที่ 2 ทางขึ้นภูกระดึงประมาณ 700 เมตร ประสานไปยังแพทย์ รพ.ภูกระดึง กู้ภัยภูกระดึงพิทักษ์ชีพ ร่วมเดินทางไปที่เกิดเหตุ จนท.ต้องเดินเท้าลงไปในบริเวณลำห้วยแอดร่วม 1 ชม. พบโครงกระดูกมนุษย์สภาพนอนหงายกระจัดกระจายถูกไฟป่าเผาไหม้ พบเสื้อกันหนาว สีน้ำตาลที่ถูกไฟเผาแต่ไม่หมด

จาการตรวจสอบของแพทย์พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาย สูงประมาณ 170 ซม.โครงกระดูกถูกไฟป่าเผาไหม้เกรียม บางส่วนหายไปจากการถูกสัตว์ป่าแทะกินไป เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-5 เดือน จึงได้รวบรวมเศษโครงกระดูกนำมาตรวจสอบเบื้องต้นที่ รพ.ภูกระดึง จากเตรียมส่งต่อกองพิสูจน์หลักฐาน รพ.ศูนย์ขอนแก่น เพื่อพิสูจน์ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบ ทราบว่าเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีญาติตามหาตัวดาบตำรวจมังกร ผาลาด อายุ 55 ปี อดีตตำรวจ สภ.บ้านแท่น จ.ชัยภูมิ เพราะหายตัวไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2558 จนปัจจุบันยังไม่พบตัว และมีการแจ้งความคนหายไว้ ส่วนโครงกระดูกที่พบมีรูปพรรณสัณฐานใกล้เคียงกัน ได้ประสานญาติดาบตำรวจมังกร มาดูและตรวจดีเอ็นเอ ว่าตรงกันหรือไม่.

ที่มา>>>Thairath

หนุ่มเมืองน้ำหอมทะเลาะแฟนสาว น้อยใจโดดคอนโดหรูย่านสาทรดับ

หนุ่มเมืองน้ำหอม เกิดปากเสียงกับแฟนสาวชาวไทย ก่อนส่งรูปห้อยขาอยู่ขอบหน้าต่างให้ดู ก่อนจะตัดสินใจกระโดดคอนโดหรู ย่านสาทร ลงมาเสียชีวิตคาที่…

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 20 เม.ย. ร.ต.ท.เกียกติศักดิ์ พิมพ์มานนท์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ยานนาวา รับแจ้งเหตุมีผู้พลัดตกจากที่สูง ภายในคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ในซอยสาทร 12 แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. รุดตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ทรัพย์ละออ ผกก.สน.ยานนาวา พ.ต.ท.สัญชัย มาตรคำจันทร์ รอง ผกก.สส.สน.ยานนาวา พ.ต.ท.บวรภพ สุนทรเลขา สว.สส.ทท.2 กก.1 บก.ทท. ร.ต.อ.ปริน รัตนเพียร รอง สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดหรู สูง 40 ชั้น บริเวณพื้น พบศพ นายจอห์น วินเซนต์ เอมมานูเอล อายุ 31 ปี สัญชาติฝรั่งเศส เป็นช่างออกแบบเครื่องประดับ ย่านสีลม สวมเสื้อยืดแขนสั้นลายขวางสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ สวมรองเท้ากีฬาผ้าใบสีดำ รองเท้าข้างซ้ายอีกข้างตกอยู่ใกล้กัน สภาพนอนหงายจมกองเลือด กระดูกแขนขาหักผิดรูป เมื่อตรวจสอบห้องพักเลขที่ 371 ชั้น 26 ของผู้ตาย ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นทรัพย์สิน

จากการสอบปากคำแฟนสาวชาวไทย ให้การว่าผู้ตายพักอยู่ที่ห้องดังกล่าวคนเดียว ก่อนเกิดเหตุโทรศัพท์ทะเลาะกัน จากนั้นแฟนหนุ่มส่งรูปขณะนั่งห้อยขาอยู่ขอบหน้าต่างมาให้ดู และไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงรีบเดินทางมา กระทั่งพบแฟนเสียชีวิตแล้ว ก่อนนำศพส่งนิติเวช รพ.จุฬาฯ ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

มหันตภัย’ขี้ปลาวาฬ’ทำน้ำเสีย ชาวประมงคลองด่าน วอนรัฐเร่งช่วยเหลือ

เครดิตภาพจาก:ชาวบ้านในพื้นที่

ชาวประมงคลองด่าน ยังเดือดร้อนเจอมหันตภัยขี้ปลาวาฬ‘ ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย ไม่สามารถสูบน้ำเข้าบ่อเลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ กุ้งและปลาได้ ที่ผ่านมาเคยแจ้งไปยังทางการแล้วแต่ยังไม่คืบหน้า ทำชาวบ้าน 5,000 ครัวเรือน เดือดร้อนหนัก วอนรัฐเร่งเยียวยาช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 19 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนพจน์ ทรงกรานต์ อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 3 วันที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ ตามลำคลองต่างๆ ในเขตพื้นที่ตำบลคลองด่าน ซึ่งมีชายฝั่งเชื่อมต่อกับทะเลอ่าวไทย ระยะทาง 17 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย และมีกลิ่นเหม็น ชาวประมงซึ่งเป็นลูกบ้านของตนราว 5,000 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน เพราะปกติจะใช้สูบน้ำจากทะเลเข้าบ่อเพื่อใช้เลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ กุ้งและปลา ซึ่งเมื่อเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้นจึงไม่สามารถสูบน้ำเข้าบ่อเลี้ยงได้ นอกจากนี้ยังมีชาวประมงชายฝั่ง ที่ยังชีพด้วยการจับสัตว์น้ำก็ไม่สามารถประกอบอาชีพได้เช่นกัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดแล้ว แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใด ลงมาตรวจสอบว่าเกิดจากสาเหตุใด หรือหาทางช่วยเหลือ เพราะหากยังปล่อยให้น้ำเน่าเสียต่อไป สัตว์น้ำที่ชาวประมงเลี้ยงก็จะไม่มีน้ำใหม่เข้าไปเปลี่ยนถ่าย อาจทำให้สัตว์น้ำที่เลี้ยงไว้ตาย ไม่สามารถนำไปขายได้ ซึ่งในพื้นที่คลองด่าน จะมีเงินหมุนเวียนจากการทำประมง จำนวน 500 ล้านบาทต่อปี จึงอยากให้ทางประมงจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและตรวจสอบบ้าง เพราะขณะนี้ชาวประมงคลองด่านและ ธุรกิจต่อเนื่องจากการประมงได้รับความเดือดร้อน

ส่วนสาเหตุที่สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เพิ่มปริมาณจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และตายลงจนทำให้น้ำเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็นนั้น ตนก็ไม่ทราบ แต่อาจจะเกิดจากการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงทะเลของโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่ง ที่มีสารประกอบไนเตรท และฟอสเฟต ซึ่งเป็นธาตุอาหารอย่างดีของสาหร่ายชนิดดังกล่าว จนทำให้มีการเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติด้วยหรือไม่นั้น คงต้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวซ้ำอีกต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

รวบหนุ่มหัวหมอ ฉกรถตู้จากชลบุรี ไปรับผู้โดยสารที่บึงกาฬ อ้างหาค่าน้ำมัน

ตำรวจทางหลวงบางปะกง สกัดจับหนุ่ม 35 ลักรถตู้ของบริษัทไปใช้นอกเส้นทาง แล้วไปวิ่งคิวรับส่งผู้โดยสารของบริษัทรถทัวร์ที่บึงกาฬ เอาคนมาส่งที่ กทม.และระยอง อ้างไปวนรับลูกแล้วหาค่าน้ำมันขับรถกลับ…

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 เม.ย.59 พ.ต.อ. ลือชัย นนท์ปฎิมากุล ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พ.ต.ท.จิราวุฒิ ขวัญคุ้ม สารวัตรทางหลวงฉะเชิงเทรา สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 3 บางปะกง ได้แถลงข่าวการจับกุมนายโกเมนทร์ วัฒนะแสง อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 30 หมู่ 6 ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุขโมยรถตู้ โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีบอร์น ทะเบียน ฮพ 7195 กรุงเทพมหานคร ของ บริษัทคฑาทองทรานสปอร์ต จำกัด จากจังหวัดชลบุรี ไปเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองชลบุรี ไว้แล้ว

ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวงได้รับการประสานจากนายปรากาศิทณ์ อื้อประสิทธิ์ อายุ 43 ปี ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท ว่าตรวจพบสัญญาณจีพีเอส รถคันดังกล่าววิ่งอยู่บนทางด่วนบูรพาวิถี ช่วงบางนา วิ่งเข้าชลบุรี พ.ต.ท.จิรวุฒิ ได้วิทยุประสานรถตรวจเขตขับขึ้นไปไล่ติดตามพร้อมประสานสถานีตรวจภาคพื้นดิน ให้คอยสกัดจับหากรถตู้คันดังกล่าวขับลงจากทางด่วน จนขับไล่มาถึงทางลงด่านบางปะกง กม. 46 รถตู้คันดังกล่าวได้ขับลงไปใช้เส้นทางบางนา-ตราด แล้วจึงประสานกับตำรวจทางหลวงชลบุรี ให้ช่วยปิดถนนบางนา-ตราด ช่องคู่ขนาน ช่วง กม. 54 ทำให้ตำรวจทางหลวงจับกุมรถตู้คันได้กล่าวได้ที่ กม.53 อ.เมือง จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบภายในรถพบเด็กผู้หญิงวัย 7 ขวบซึ่งเป็นลูกสาวของนายโกเมนทร์ และผู้โดยสารผู้หญิงอีกสองคน  อายุ 23 และ 24 ปี ซึ่งนายโกเมนท์อ้างว่า เป็นลูกสาวของภรรยา ส่วนผู้โดยสารทั้งสองคนเผยว่า ได้ซื้อตั๋วมาจากบริษัทรถทัวร์ที่ท่ารถอำเภอบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ แต่ทางท่าบอกว่า รถทัวร์หมดมีแต่รถตู้ให้เดินทางเข้า กทม. โดยขายตั๋วในราคา 700 บาท ซึ่งก็เป็นรถตู้ของนายโกเมนทร์ขับเข้าคิวโดยมีผู้โดยสารขึ้นเต็มคันบางส่วนลง กทม. ส่วนพวกตนจะลงที่ปลวกแดง จนมาถูกตำรวจจับโดยไม่ทราบว่าเป็นรถตู้เถื่อนทำให้งงว่าทางบริษัทรถทัวร์ทำไมถึงให้รถตู้เถื่อนมาวิ่งคิวรับส่งผู้โดยสารได้

ด้านนายโกเมนทร์อ้างว่า ได้มาเซ็นรับรถตู้ออกไปรับลูกสาวที่จ.บึงกาฬ หลังภรรยานั้นทิ้งลูกสาวทำให้ต้องปิดจีพีเอสแล้ววิ่งออกนอกเส้นทาง แล้วขากลับอยากจะหาค่าน้ำมันเดินทางกลับจึงเข้าไปรับคิววิ่งผู้โดยสารขาล่องกลับช่วงสงกรานต์ จนมาเปิดจีพีเอสในเขต กทม. ก่อนที่จะถูกตำรวจไล่สกัดจับดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวให้กับทางตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

สลด สาวน้อยวัย13 ปีขี่ จยย. ถูกรถขนดินทับสยองคาล้อ

เด็กหญิงวัย13ปีที่อุทัยธานีเคราะห์ร้าย ขี่จยย.มาคนเดียว ถูกรถบรรทุกดินที่เลี้ยวเข้าซอยเฉี่ยวชนจนล้ม ก่อนทับซ้ำจนเสียชีวิตอนาถคาล้อ…

เมื่อเวลา 14.15 น. วัยที่ 18 เม.ย. ร.ต.อ.สรวี อ้นโต ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองอุทัยธานี รับแจ้งจาก ว่ามีเด็กถูกรถบรรทุกเหยียบเสียชีวิต จึงพร้อมด้วยมูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานี แพทย์เวรโรงพยาบาลอุทัยธานี รุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุถนนสายบริรักษ์ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 4

พบรถสิบล้อขนดินเต็มคันรถ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีนายปรีชา คำชา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/3 ม.4 ต.หนองแก อ.เมือง จ.อุทัยธานี เป็นคนขับ บริเวณช่วงล้อหลัง มีรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่น ฟีโน่ สีขาวดำ หมายเลขทะเบียน กพข 181 อุทัยธานี สภาพพังยับ และร่างของ ด.ญ.ปรานต์ชญาน์ วัฒนสิทธิวิโรฒ อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 ม.2 ต.น้ำซึม อ.อุทัยธานี สวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน เสียชีวิตในสภาพโดนล้อรถเหยียบบริเวณลำตัว ขาทั้งสองข้างผิดรูป ติดคากับรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทัยธานี ต้องประสานขอรถแบ็กโฮ มายกรถบรรทุกเพื่อนำศพออกจากการสอบสวน ทราบว่า นายปรีชา ได้ขับรถบรรทุกดินเพื่อนำไปเทที่หน้างาน ภายในตัวเมืองอุทัยธานี ช่วงจังหวะที่กำลังจะเลี้ยวซ้ายเข้าซอย มองไม่เห็นรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ทำให้ชนและทับจนเสียชีวิตในที่สุด หลังสอบสวนเบื้องต้น ได้ควบคุมตัวนาย นายปรีชา ส่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

BTS สายสุขุมวิท วิ่งปกติแล้ว หลังระบบเดินรถขัดข้อง ทำคนตกค้างอื้อ

(ภาพจากทวิตเตอร์ @ssugarcane)

รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิท ระบบเดินรถมีปัญหาที่สถานีหมอชิต 1 ขบวน จนท.ลากเข้าโรงจอดแล้ว คนตกค้างบนสถานีวันแรกของการทำงานหลังหยุดสงกรานต์อื้อ ล่าสุด เปิดวิ่งรถปกติแล้ว

เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 18 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิท เกิดปัญหาในระบบเดินรถที่สถานีหมอชิต 1 ขบวน เจ้าหน้าที่ทำการลากกลับเข้าโรงจอดแล้ว และเร่งดำเนินการจัดขบวนทดแทน เพื่อรองรับประชาชนที่ยังคนตกข้างบนสถานีทั้งสายสุขุมวิท ในเช้าวันแรกของการทำงานหลังจากหยุดยาวช่วงสงกรานต์

ซึ่งล่าสุดขณะนี้ ขบวนรถวิ่งให้บริการได้ตามปกติแล้ว โดยอยู่ในระหว่างระบายประชาชนผู้ใช้บริการที่ตกค้าง.

ที่มา>>>Thairath

คลังผวาตื่น! สั่งรื้อใหญ่กฎหมายรายได้ ลุยอุดช่องโหว่ปราบขบวนการโกงภาษี

นายประภาศ คงเอียด รองปลัดกระทรวงการคลังในฐานะที่รับผิดชอบกลุ่มรายได้ซึ่งประกอบด้วย 3 กรมภาษีคือ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร เปิดเผยว่า “ภายในปีนี้กระทรวงการคลังจะเสนอแก้ไขกฎหมาย 3 กรมภาษีให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของระยะเวลาการสิ้นสุดอายุความ เนื่องจากกฎหมายของกรมศุลกากร กรณีจับกุมผู้กระทำความผิดทางภาษี เช่น หลีกเลี่ยง หรือเสียภาษี ไม่ครบ มีอายุในการพิจารณานานถึง 10 ปี ขณะที่อีก 2 กรมภาษีคือ กรมสรรพากรและกรมสรรพสามิตมีอายุความเพียง 2 ปีเท่านั้น ทำให้เกิดความสูญเสียโอกาสที่จะติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษเพิ่มเติม”

นายประภาศกล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเสนอแก้ไขการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) กรณีที่ผู้ส่งออกในกลุ่มซื้อมาขายไปชำระหนี้ด้วยเงินสด จะเปลี่ยนเป็นการชำระหนี้ด้วยเช็ค หรือเอกสารทางการเงินอื่นๆ ที่ผู้ส่งออกต้องชำระหนี้ผ่านสถาบันการเงินเท่านั้น เพราะจากการตรวจสอบกรณีการโกงภาษีแวตมูลค่า 4,000 ล้านบาท ของผู้ส่งออกเหล็กไปต่างประเทศพบว่า ใช้รูปแบบการชำระหนี้เป็นเงินสดไม่ว่ามูลค่าของสินค้านั้นจะมีราคาไม่กี่แสนบาท ไปถึงระดับ 100 ล้านบาท ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว การชำระหนี้ที่มูลค่าสูงๆควรชำระหนี้ด้วยเช็ค หรือใช้วิธีการโอนจากสถาบันการเงินไปยังผู้ขายสินค้า ทำให้เกิดช่องโหว่ในการตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงิน

“ขณะนี้เราตรวจสอบพบช่องโหว่ของทั้ง 3 กรมภาษี ซึ่งเป็นต้นตอของการหลบเลี่ยงภาษี และในบางกรณีมีการใช้ช่องโหว่ดังกล่าว โกงภาษีจากรัฐอีกด้วย กระทรวงการคลังจึงนำเรื่องดังกล่าว เสนอไปยัง รมว.คลัง ซึ่งล่าสุด รมว.คลัง ได้เห็นชอบแล้ว และคาดว่าไม่เกินกลางปีนี้จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว”.

ที่มา>>>Thairath

รถพลิกคว่ำ คร่าชีวิต อดีตส.ส.สุรินทร์ ชาติพัฒนา หลายสมัย

(ภาพจาก:หน่วยกู้ภัยสุรินทร์จุดบริการ อ.ศีขรภูมิ)

อุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ที่ อ.ศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ คร่าชีวิต “เกียรติ ศรีสุรินทร์” อดีตส.ส.สุรินทร์ วัย79 ปี พรรคชาติพัฒนา หลายสมัย

วันที่ 11 เม.ย.59 เวลา 15.45 น พ.ต.ต.วิทวัฒน์ แก้วเหลา สารวัตร(สอบสวน) สภ.ศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำตกข้างทาง ถนนสาย 226 สุรินทร์-ศีขรภูมิ บริเวณ บ้านกันจาร์ย ต.จารพัด อ.ศีขรภูมิ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสุรินทร์จุดบริการ อ.ศีขรภูมิ รุดไปตรวจสอบตามรับแจ้ง

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์มิตซูบิซิ รุ่นปาเจโร สีเทา หมายเลขทะเบียน กฉ 3420 สุรินทร์ เสียหลักตกถนน พลิกคว่ำหลายตลบ สภาพรถพังยับทั้งคน หลังคาด้านที่นั่งคนขับยุบ ภายในรถพบร่าง นายเกียรติ ศรีสุรินทร์ อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 15 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ อดีต ส.ส.สุรินทร์ หลายสมัย พรรคชาติพัฒนา ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามร่างกายมีบาดแผล ที่ศีรษะ แขน ขาหัก หายใจรวยริน เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือนำส่ง รพ.ศีขรภูมิ แพทย์ให้การรักษาเต็มที่ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนเบื้องตันทราบว่า ผู้ตายขับรถยนต์ออกจากเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ มุงหน้า กลับบ้านพัก อ.ศีขรภูมิ ถึงที่เกิดเหตุ รถยนต์เสียหลักแล้วพลิกคว่ำ โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งจะได้สอบสวนหาสาเหตุเพื่อดำเนินการต่อไป

ที่มา>>>Thairath

สุดโหด! รวบมือฆ่าใช้มีดฟันคอดับ เหตุไม่พอใจผู้ตายขโมยของในไร่

(ภาพจาก:มูลนิธิร่วมกตัญญู)

สุดโหด! ใช้มีดถางหญ้าฟันคอคู่กรณีดับ หลังมีปากเสียงกลางวงเหล้า ย่องเงียบตอนหลับ ฟันลำคอและลำตัวซ้ำจนเสียชีวิต ตำรวจรวบทันควัน สารภาพ ไม่พอใจผู้ตายชอบขโมยของในไร่ 

เมื่อเวลา 13.45 น.ของวันที่ 11 เม.ย.59 ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ทนงกิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พัฒนานิคมลพบุรี พ.ต.อ.ดิเรก แจ่มสุธี ผกก.สภ.พัฒนานิคม และพร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม และมูลนิธิร่วมกตัญญู ไปที่เกิดเหตุ บริเวณเถียงนา ไม่มีเลขที่ ซ.16 สายทหาร หมู่ 3 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี พบผู้เสียชีวิตนอนตะแคงอยู่ในสภาพเริ่มขึ้นอืดผู้ตายสวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียวทหาร สวมกางเกงยืดขาสั้น ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 วัน

ทราบชื่อต่อมาชื่อว่า นายเกวียน หอมหวล 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 ม.3 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ตรวจสอบพบว่ามีบาดแผลถูกฟันที่ลำคอ และลำตัวหลายแผล นายเกวียน ปกติเป็นคนสติไม่ค่อยดีนักมักชอบดื่มสุราจนเมามายเป็นประจำ

เวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือนายถวิล บุญส่ง อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 ม.3 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี และได้ไปนำตัวมาทำการสอบสวน นายถวิล ให้การรับสารภาพว่า คืนวันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.59 เวลา 19.00 น. ได้นั่งดื่มสุรากับผู้ตาย หลังดื่มกันได้ที่แล้วก็มีการต่อว่าผู้ตายว่าทำไมชอบลักของในไร่เป็นประจำ ซึ่งนายถวิลเองก็เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ให้กับเจ้าของไร่อยู่ จึงได้ต่อว่าผู้ตายและมีการโต้เถียงกัน

ต่อมาขณะที่ นายเกวียน ได้นอนหลับ อยู่บนร้านไม้ ตนจึงได้เอามีดขอ สำหรับถางป่า ฟันที่ลำคอ และลำตัวหลายครั้ง จนผู้ตายได้เสียชีวิต ตนก็ได้หลบหนีไป จนกระทั่งมาถูกจับดังกล่าว

ที่มา>>>Thairath