เหล็กราคาพุ่งพรวด! 15% พณ.สั่งติดตาม หวั่นร้านค้ากักตุน

ผู้รับเหมาก่อสร้าง ร้อง เหล็กขึ้นราคา 15% กระทบต้นทุนปรับเพิ่ม ผู้บริโภคเดือดร้อน ด้าน พาณิชย์ สั่งติดตามใกล้ชิด หวั่นร้านค้า แอบกักตุนรองรับงานเมกะโปรเจกต์-บ้านประชารัฐ…

วันที่ 22 เม.ย.59 นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับการร้องเรียนจากผู้รับเหมาก่อสร้าง ทั้งรายย่อย และรายใหญ่ว่าราคาเหล็กแผ่น และเหล็กเส้น ปรับขึ้นจากช่วงต้นปี 15% หรือเดือนละ 5% จนสร้างความเดือดร้อนต่อผู้บริโภค เพราะทำให้ต้นทุนการก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนมากมีแผน หรือกำลังรับงานในโครงการก่อสร้างเมกะโปรเจกต์ โครงการก่อสร้างตามท้องถิ่นต่างๆ โครงการบ้านประชารัฐ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลDSCN2364_800x600.ทั้งนี้ กรมฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ไปสำรวจราคาสินค้าเหล็กตามร้านค้าปลีก ค้าส่ง ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศว่า มีการกักตุนเหล็ก เพื่อรองรับโครงการลงทุนต่างๆ ของรัฐบาลหรือไม่ หากมีการกักตุนจะมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นางสาววิบูลลักษณ์ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่า ขณะนี้ ปริมาณเหล็กที่ปรับขึ้นราคาส่วนหนึ่งมาจากวัตถุดิบ ที่มีการปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการที่จีนปิดโรงงานเหล็กที่ไม่ได้คุณภาพ และจีนมีนโยบายลดกำลังการผลิตเหล็กลง อย่างไรก็ตาม ราคาเหล็กที่ปรับขึ้น เดือนละ 3-5% หรือปรับขึ้นแล้ว 15% นั้น ยังไม่เกินราคาแนะนำที่กรมฯ กำหนดไว้.

ที่มา>>>Thairath

รวบหนุ่มหัวหมอ ฉกรถตู้จากชลบุรี ไปรับผู้โดยสารที่บึงกาฬ อ้างหาค่าน้ำมัน

ตำรวจทางหลวงบางปะกง สกัดจับหนุ่ม 35 ลักรถตู้ของบริษัทไปใช้นอกเส้นทาง แล้วไปวิ่งคิวรับส่งผู้โดยสารของบริษัทรถทัวร์ที่บึงกาฬ เอาคนมาส่งที่ กทม.และระยอง อ้างไปวนรับลูกแล้วหาค่าน้ำมันขับรถกลับ…

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 เม.ย.59 พ.ต.อ. ลือชัย นนท์ปฎิมากุล ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พ.ต.ท.จิราวุฒิ ขวัญคุ้ม สารวัตรทางหลวงฉะเชิงเทรา สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 3 บางปะกง ได้แถลงข่าวการจับกุมนายโกเมนทร์ วัฒนะแสง อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 30 หมู่ 6 ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุขโมยรถตู้ โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีบอร์น ทะเบียน ฮพ 7195 กรุงเทพมหานคร ของ บริษัทคฑาทองทรานสปอร์ต จำกัด จากจังหวัดชลบุรี ไปเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองชลบุรี ไว้แล้ว

ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวงได้รับการประสานจากนายปรากาศิทณ์ อื้อประสิทธิ์ อายุ 43 ปี ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท ว่าตรวจพบสัญญาณจีพีเอส รถคันดังกล่าววิ่งอยู่บนทางด่วนบูรพาวิถี ช่วงบางนา วิ่งเข้าชลบุรี พ.ต.ท.จิรวุฒิ ได้วิทยุประสานรถตรวจเขตขับขึ้นไปไล่ติดตามพร้อมประสานสถานีตรวจภาคพื้นดิน ให้คอยสกัดจับหากรถตู้คันดังกล่าวขับลงจากทางด่วน จนขับไล่มาถึงทางลงด่านบางปะกง กม. 46 รถตู้คันดังกล่าวได้ขับลงไปใช้เส้นทางบางนา-ตราด แล้วจึงประสานกับตำรวจทางหลวงชลบุรี ให้ช่วยปิดถนนบางนา-ตราด ช่องคู่ขนาน ช่วง กม. 54 ทำให้ตำรวจทางหลวงจับกุมรถตู้คันได้กล่าวได้ที่ กม.53 อ.เมือง จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบภายในรถพบเด็กผู้หญิงวัย 7 ขวบซึ่งเป็นลูกสาวของนายโกเมนทร์ และผู้โดยสารผู้หญิงอีกสองคน  อายุ 23 และ 24 ปี ซึ่งนายโกเมนท์อ้างว่า เป็นลูกสาวของภรรยา ส่วนผู้โดยสารทั้งสองคนเผยว่า ได้ซื้อตั๋วมาจากบริษัทรถทัวร์ที่ท่ารถอำเภอบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ แต่ทางท่าบอกว่า รถทัวร์หมดมีแต่รถตู้ให้เดินทางเข้า กทม. โดยขายตั๋วในราคา 700 บาท ซึ่งก็เป็นรถตู้ของนายโกเมนทร์ขับเข้าคิวโดยมีผู้โดยสารขึ้นเต็มคันบางส่วนลง กทม. ส่วนพวกตนจะลงที่ปลวกแดง จนมาถูกตำรวจจับโดยไม่ทราบว่าเป็นรถตู้เถื่อนทำให้งงว่าทางบริษัทรถทัวร์ทำไมถึงให้รถตู้เถื่อนมาวิ่งคิวรับส่งผู้โดยสารได้

ด้านนายโกเมนทร์อ้างว่า ได้มาเซ็นรับรถตู้ออกไปรับลูกสาวที่จ.บึงกาฬ หลังภรรยานั้นทิ้งลูกสาวทำให้ต้องปิดจีพีเอสแล้ววิ่งออกนอกเส้นทาง แล้วขากลับอยากจะหาค่าน้ำมันเดินทางกลับจึงเข้าไปรับคิววิ่งผู้โดยสารขาล่องกลับช่วงสงกรานต์ จนมาเปิดจีพีเอสในเขต กทม. ก่อนที่จะถูกตำรวจไล่สกัดจับดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวให้กับทางตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

คลังผวาตื่น! สั่งรื้อใหญ่กฎหมายรายได้ ลุยอุดช่องโหว่ปราบขบวนการโกงภาษี

นายประภาศ คงเอียด รองปลัดกระทรวงการคลังในฐานะที่รับผิดชอบกลุ่มรายได้ซึ่งประกอบด้วย 3 กรมภาษีคือ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร เปิดเผยว่า “ภายในปีนี้กระทรวงการคลังจะเสนอแก้ไขกฎหมาย 3 กรมภาษีให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของระยะเวลาการสิ้นสุดอายุความ เนื่องจากกฎหมายของกรมศุลกากร กรณีจับกุมผู้กระทำความผิดทางภาษี เช่น หลีกเลี่ยง หรือเสียภาษี ไม่ครบ มีอายุในการพิจารณานานถึง 10 ปี ขณะที่อีก 2 กรมภาษีคือ กรมสรรพากรและกรมสรรพสามิตมีอายุความเพียง 2 ปีเท่านั้น ทำให้เกิดความสูญเสียโอกาสที่จะติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษเพิ่มเติม”

นายประภาศกล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเสนอแก้ไขการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) กรณีที่ผู้ส่งออกในกลุ่มซื้อมาขายไปชำระหนี้ด้วยเงินสด จะเปลี่ยนเป็นการชำระหนี้ด้วยเช็ค หรือเอกสารทางการเงินอื่นๆ ที่ผู้ส่งออกต้องชำระหนี้ผ่านสถาบันการเงินเท่านั้น เพราะจากการตรวจสอบกรณีการโกงภาษีแวตมูลค่า 4,000 ล้านบาท ของผู้ส่งออกเหล็กไปต่างประเทศพบว่า ใช้รูปแบบการชำระหนี้เป็นเงินสดไม่ว่ามูลค่าของสินค้านั้นจะมีราคาไม่กี่แสนบาท ไปถึงระดับ 100 ล้านบาท ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว การชำระหนี้ที่มูลค่าสูงๆควรชำระหนี้ด้วยเช็ค หรือใช้วิธีการโอนจากสถาบันการเงินไปยังผู้ขายสินค้า ทำให้เกิดช่องโหว่ในการตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงิน

“ขณะนี้เราตรวจสอบพบช่องโหว่ของทั้ง 3 กรมภาษี ซึ่งเป็นต้นตอของการหลบเลี่ยงภาษี และในบางกรณีมีการใช้ช่องโหว่ดังกล่าว โกงภาษีจากรัฐอีกด้วย กระทรวงการคลังจึงนำเรื่องดังกล่าว เสนอไปยัง รมว.คลัง ซึ่งล่าสุด รมว.คลัง ได้เห็นชอบแล้ว และคาดว่าไม่เกินกลางปีนี้จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว”.

ที่มา>>>Thairath