เก๋งซิ่งส่ายไปมาคล้ายเมาพุ่งชนจยย.สาวลากไกลกว่า100 เมตรจนไม่รอด แล้วขับหนีไปเฉยๆ

เมื่อเวลา 00.30 วันที่ 21 ..2560 ...ปรฉัตร รักษาวงษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนี และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงติดต่อหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม และแพทย์เวรโรงพยาบาลร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนนทางหลวงหมายเลข 219 สายบุรีรัมย์ – สตึก บริเวณบ้านยาง .บ้านยาง.เมืองบุรีรัมย์ พบชาวบ้านกำลังมุงดูเหตุการณ์ โดยพบร่าง ..นันทินี จอมประโคน อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 3 .โคกขมิ้น .พลับพลาชัย .บุรีรัมย์ นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนทั้งหมวกกันน็อกและรองเท้าหลุดกระเด็น

ห่างไปประมาณ 40 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก หมายเลขทะเบียน ขรพ-614 บุรีรัมย์คาดว่าเป็นของผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพพังเสียหาย

จากการตรวจสอบสิ่งของในกระเป๋ายังพบเอี๊ยมกันเปื้อนจึงคาดว่าผู้เสียชีวิตอาจจะเพิ่งเลิกงาน แล้วได้ขับรถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพักตามลำพังแต่มาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ยังพบรอยครูดบนถนนเป็นทางยาวกว่า 100 เมตร คาดว่าน่าจะเป็นร่องรอยที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวถูกชนแล้วถูกลากซากรถจักรยานยนต์ และร่างของ..นันทินีไปตามถนนจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต 


เมื่อสอบถามนายสุวพิชญ์ แก้วกองกุล อายุ 18 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะขับรถจักรยานยนต์มากับแฟนสาวจากตัวเมืองบุรีรัมย์ จะมุ่งหน้ากลับบ้านที่ .บ้านยาง ซึ่งได้ขับตามหลังรถเก๋งสีขาวจำยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ส่วนด้านหน้าก็มีรถจักรยานยนต์ของสาวเคราะห์ร้าย

ขณะที่ขับตามหลังรถเก๋งคันดังกล่าวซึ่งมาด้วยความเร็วและมีลักษณะส่ายไปมาคล้ายกับคนเมา กระทั่งรถเก๋งคันดังกล่าวได้ส่ายไปพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ขับอยู่ด้านหน้า ลากไปไกลกว่า 100 เมตร แล้วก็ขับหลบหนีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จากนั้นตนและแฟนสาวจึงตัดสินใจจอดรถลงไปดูเพื่อหวังจะช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกรถเก๋งชน ซึ่งตอนแรกที่ลงไปดูพบว่าสาวเคราะห์ร้ายยังรู้สึกตัวจึงพยายามเรียกให้ตื่น และให้แฟนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่ผ่านไปไม่นานหญิงคนดังกล่าวก็แน่นิ่งไปเมื่อหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว 


ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของรถเก๋งที่ก่อเหตุชนแล้วหนีตามที่ผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูล เพื่อจะได้นำตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

2โจ๋วิ่งราวทองซิ่งตกสะพานดับแล้ว1 ด้านตำรวจไล่เช็คกล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนี

จากกรณี 2 คนร้าย คือนายวีรพงษ์ เนธิบุตร อายุ 20 ปี และนายบริสุทธิ์ สุขเพีย อายุ 22 ปี ที่ขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วเพื่อหนีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ขณะก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ประกบพยายามกระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายชายรายหนึ่ง อายุประมาณ 60 ปี ที่เดินอยู่หน้าตลาดร่วมมิตร ถ.วุฒากาศ ปากซอย 13 ท้องที่สน.ตลาดพลู ก่อนหลบหนีขึ้นสะพานกลับรถบริเวณหน้าหมู่บ้านชิชา ด้วยความเร็วสูง ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนขอบสะพาน ร่างของทั้ง 2 ร่วงตกลงมากระแทกพื้นถนนจนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ส.ค. พ.ต.ท.อดุลย์ ดอกพวง รอง ผกก.สส.สน.บางมด พร้อมด้วยพ.ต.ต.พัฐกร ปิยธิติภูวดล สว.สส.สน.บางมด และร.ต.อ.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ รอง สว.สส.สน.บางมด ได้นำกำลังออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีของคนร้ายตามคำให้การของ นายอภิชาติ แซ่อุ้น อายุ 57 ปี พลเมืองดี พบว่าคนร้ายใช้เส้นทางหลบหนีจาก ถ.วุฒากาศมุ่งหน้า ถ.จอมทอง ถ.สุขสวัสดิ์ เข้าสู่ถ.พระราม 2 ก่อนประสบอุบัติเหตุรถชนขอบสะพานจริง แต่ขัดแย้งเพียงคำให้การของพยานที่จำผิดระหว่างคนขับขี่กับคนซ้อนท้ายเท่านั้น

เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเป็นหลักฐานชัดเจนว่า ผู้ขับขี่ คือ นายบริสุทธิ์ ซึ่งสวมเสื้อคลุมสีขาว หลังเกิดเหตุถูกส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางมด ส่วนคนซ้อนท้ายคือนายวีรพงษ์ ซึ่งหลังเกิดเหตุถูกนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล และล่าสุดนายบริสุทธิ์ได้เสียชีวิตแล้วเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว พนักงานสอบสวนจึงมอบศพให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลศิริราช เพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้าน พ.ต.ท.อดุลย์ กล่าวว่า คดีนี้ทางตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวผู้เสียหายได้ เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้สูญเสียทรัพย์สินแต่อย่างใด จึงยังไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ตลาดพลู ท้องที่ที่รับผิดชอบคดีพยายามชิงทรัพย์เพื่อให้การประกอบสำนวนคดี สำหรับในส่วนของสน.บางมดนั้นจะติดตามนายอภิชาติซึ่งเป็นพลเมืองดีเข้ามาให้การอีกครั้ง ให้สอดคล้องกับหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ส่วนคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.บางมด หลังพิจารณาแล้ว นายบริสุทธิ์ผู้ตายซึ่งเป็นผู้ขับขี่จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ฐานใช้รถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เพราะนอกจากจะยืมรถผู้อื่นมาใช้แล้วยังนำแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งมาสลับติดอำพรางตาเจ้าหน้าที่

พ.ต.ท.อดุลย์ กล่าวต่อว่า แต่เนื่องจากนายบริสุทธิ์เสียชีวิตไปแล้ว จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ ส่วนนายวีรพงษ์ซึ่งเป็นบุคคลซ้อนท้ายนั้น ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายชายสูงอายุคนดังกล่าวไปพบพนักงานสอบสวน สน.ตลาดพลู เพื่อแจ้งข้อหาพยายามชิงทรัพย์แก่ นายวีรพงษ์ ต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

22ชีวิตระทึกอีกแล้ว!! บัสนักท่องเที่ยวชนสนั่นกระบะ คนเจ็บเลือดอาบหน้า-ร้องเจ็บปวดให้ช่วย

เมื่อเวลา 04.26 น. วันที่ 27 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับเเจ้งรถบัสนักท่องเที่ยวชาวจีนชนกับรถกระบะบริเวณตรงข้ามร้านโชคโยธาวัสดุก่อสร้างใกล้สามเเยกปากทางเข้าวัดหลวงปู่สุภาฯ ม.6 ต.ฉลอง อ.เมือง จึงประสานหน่วยภูเก็ตร่วมใจกู้ภัยเข้าร่วมตรวจสอบ หลังจากนั้น ร.ต.อ.สมเกียรติ สารสิทธิ์ ร้อยเวร สภ.ฉลอง เข้าตรวจสอบพบรถบัส หมายเลขทะเบียน 31-0344 กทม. ข้างรถเขียนชื่อ บริษัทไทเมอร์นิ่งซั่นทัวร์ ในสภาพพังเสียหาย คนขับ คือ นายณัฐพล โปซิว อายุ 36 ปี นอนเจ็บอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มทำการช่วยเหลือก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ใกล้กันยังพบรถกระบะโตโยต้าสีขาว หมายเลขทะเบียน กว6371 ภูเก็ต ภายในมีผู้ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ในสภาพเลือดนองใบหน้า ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทราบชื่อ คือ นายพัทธนันทร์ เกษมโชค อยู่ ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย ช่วยกันนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากรถ อย่างทุลักทุเล เพราะส่วนขาติดอยู่บริเวณด้านในรถ นอกจากนี้ภายในรถคันดังกล่าวยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายทราบชื่อภายหลังว่า นายอนิพัฒน์ นาครินทร์ อายุ 39 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวา เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสิริโรจน์ ภูเก็ต ส่วนคนขับรถกระบะส่งตัวไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

 ทั้งนี้จากการสอบสวนนายณัฐพลคนขับรถบัส เบื้องต้นทราบว่า รถบัสคันดังกล่าวได้วิ่งมาจากฝั่งตัวเมืองภูเก็ต เพื่อนำนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 22 คน ซึ่งมาจากสนามบินไปส่งยังโรงแรมกะรนฮิลล์ ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ขณะที่รถยนต์กระบะวิ่งมาจากฝั่งวัดฉลองเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต เมื่อมาถึงจุดดังกล่าว รถกระบะที่วิ่งสวนมาได้เกิดวิ่งข้ามเลนมากะทันหัน จึงหักหลบไม่ทัน และเกิดการชนกันอย่างรุนแรง แต่โชคดีที่นักท่องเที่ยว 22 คนไม่ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่คนขับรถยนต์กระบะก็ได้พยายามบอกว่าตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิดแต่เป็นฝ่ายรถบัสที่วิ่งกินเลนเข้ามา จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่าฝ่ายใดผิด ฝ่ายใดถูก เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สลดหนุ่มการบินไทย เลิกงานขี่ จยย. กลับห้องพัก ชนต้นไม้คอหัก บนถนนรอบสนามบิน

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 12 ธ.ค. พ.ต.ท.สมชาติ มณีรัตน์ สว.เวร สภ.สุวรรณภูมิ สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่การท่า และมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบสภาพศพ นายกริชไกรฤกษ์ มนตรา อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นพนักงานฝ่ายอุปกรณ์ภาคพื้น บมจ.การบินไทย นอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างต้นไม้ข้างทางในสภาพคอหัก ศีรษะแตก ใกล้กันพบหมวกกันน็อกครึ่งใบตกหล่นอยู่ ส่วนรถจักรยานยนต์ พบกระเด็นตกลงไปในคูน้ำข้างทาง เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สี ฟ้า หมายเลขทะเบียน 2 กฮ 1443 กทม

เบื้องต้นจากการสอบถามเจ้าหน้าที่สายตรวจการท่า ระบุว่า ขณะกำลังลาดตะเวนอยู่นั้นมีรถจักรยานยนต์พลเมืองดีมาแจ้งว่า มีชายนอนอยู่ข้างทางจึงมาตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่าผู้เสียชีวิตเพิ่งเลิกงานออกมาและกำลังจะกลับห้องพักโดยขับรถมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงทีเกิดเหตุอาจหลับในจนรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันและจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้งว่าเกิดเหตุอย่างไร

ที่มา>>>ข่าวสด

ญาติรมต.ขับเก๋งชนขาตั้งรถเครนเสียชีวิตริมถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 11 ต.ค. 59 ร.ต.อ.ทัศนัย กรุดทรัพย์ รองสว.(สอบสวน)สน.เทียนทะเล รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านอาหารคำขวัญ ซีฟู๊ด ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์นั่งยี่ห้อ BMW สีบรอนซ์เทา ทะเบียน พท 1719 กรุงเทพมหานคร ชนกับขาตั้งรถเครน ยี่ห้อ TADANO ทะเบียน 76-9881 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ช่องทางด้านซ้าย สภาพรถ BMW ด้านหน้าพังยับ ภายในพบร่างนาย อนุชา วัฒนวรางกูร อายุ 43 ปี อาชีพซื้อขายรถมือสอง คนขับติดอยู่ภายในบริเวณที่นั่งคนขับนอนหายใจรวยริน ทางชุดกู้ชีพมูลนิธิป่อเต็กตึ้งจึงรีบช่วยนำร่างคนเจ็บออกจากตัวรถเพื่อช่วยเหลือ แต่นายอนุชา ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาสอบสวนนาย อุทัย สิทธิคำ อายุ 39 ปี คนขับรถเครนของบ.บางกอกไพบูลย์ ซึ่งรับเหมางานวางท่อประปาริมถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ให้การว่าก่อนเกิดเหตุนำรถเครนมาจอดเพื่อเปิดฝาท่อวางท่อประปาโดยมีป้ายสัญญาณไฟติดตั้งอยู่บริเวณด้านท้ายชัดเจน ขณะกำลังทำงานอยู่ จู่ๆก็พบมีรถพุ่งมากระแทกที่บริเวณขารถเครนที่ตั้งอยู่ด้านข้างอย่างแรง เมื่อลงมาดูก็พบคนเจ็บติดอยู่ภายในจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

สำหรับนายอนุชา คนขับรถเก๋ง BMW พบเป็นญาตินางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมต.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบรอยเบรคเชื่อว่าผู้ตายน่าจะขับมาด้วยความเร็ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใครทั้งนี้ต้องรอสอบพยานรวมถึงตรวจสอบกล้องทีวีวงจรปิดใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โจรตีเนียน เหมือนเจ้าของบ้านมาเอง ถอยกระบะเข้าบ้าน ขึ้นกวาดทรัพย์สินเรียบ

วันที่ 31 ส.ค. ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในบ้านเลขที่ 26 / 821 หมู่ 1 ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี กวาดทรัพย์สินไปหลายรายการ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรุดเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบนายขวัญชัย นวมดี อายุ 45 ปี พนักงานการไฟฟ้าของจังหวัดชลบุรี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่พร้อมพาตรวจสอบภายในบ้าน พบคนร้ายงัดลูกบิดประตูโรงรถข้างบ้าน เข้าไปรื้อค้นข้าวของจนกระจุยกระจาย โดยได้ทรัพย์สินไปเป็นทองรูปพรรณน้ำหนัก 10 บาท และทีวีแอลอีดี จอแบน 42 นิ้ว 1 เครื่อง โน๊ตบุ๊คและพระเครื่องอีกประมาณ 100 องค์ รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาทจากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงประมาณ เวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา มีรถกระบะมิตซูบิชิ สตาร์ด้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 8524 ชลบุรี ซึ่งมีชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20-25 ปี ลงมาจากรถหลัง จากนั้นเดินลงไปเปิดประตูหน้าบ้านดังกล่าวโดยใส่ถุงมือสีขาว แล้วโบกรถกระบะคันให้ถอยเข้าไปในภายในบ้าน และก็มีชายวัยรุ่นมากัน 2-3 คน โดยสวมชุดคล้ายกับพนักงานการไฟฟ้า หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปในบ้านช่วยกันขนของขึ้นรถกระบะเหมือนกับเจ้าของบ้านมาขนของ โดยตนคิดว่าเป็นลูกน้องของเจ้าของบ้านจึงไม่สนใจเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าของบ้านเป็นอย่างดีจึงมาลงมือก่อเหตุ กลางวันแสกๆ แบบใจเย็น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้าน พร้อมทั้งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อม เพื่อใช้เป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

นศ.หนุ่มชะตาขาด! ซิ่งบิ๊กไบค์ BMW เจอเก๋งกลับรถ เบรกไม่ทัน อัดท้ายเก๋งดับคาที่

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 25 ก.ค. 59 ร.ต.ท.พีรพัฒน์ มั่นยา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งยูเทิร์นถูกจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนท้ายคนขับเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ที่บริเวณถนนปทุมติวานนท์ มุ่งหน้าแยกบางคูวัต กม.ที่ 4+800 ตรงข้ามหมู่บ้านเอื้ออาทรบางคูวัด หมู่ที่ 7 ตำบลบางคูวัด อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี  จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญ    ที่เกิดเหตุยูเทิร์นกลับรถหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรบางคูวัด พบรถจักรยานยนต์สีดำ ยี่ห้อ BMW S1000 ทะเบียน อยย55 กทม สภาพเสียหายทั้งคัน คนขับชื่อ นายปรัชญา บุญชอบ อายุ 22 ปี  นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหาร มหาวิทยาลัยกรุงเทพ นอนหงายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุอยู่ข้างรถจักรยานยนต์   ฝั่งตรงข้างพบรถเก๋งสีเทา ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กธ4646 นนทบุรี ท้ายรถด้ายซ้ายถูกชนเสียหายยับ คนขับชื่อนายอำนาจ ผ่องแผ้ว อายุ 60 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบถามนายอัฑฒอาชว์ จารุปราโมทย์ อายุ 21 ปี เพื่อนผู้ตาย กล่าวว่า ตนกับเพื่อนขับรถไปล้างรถกันมา โดยขับรถจักรยานยนต์มากันคนละคัน จำนวน  3 คน มุ่งหน้าราชพฤกษ์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อนที่ขับตามหลังมากลับประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ตนจึงกลับรถจักรยานยนต์มาดูพบว่าเพื่อเสียชีวิตไปก่อนแล้ว    ด้านนายอำนาจ ผ่องแผ้ว คนขับรถเก๋ง กล่าวว่า ตนเองขับรถออกมาจากบ้านเพื่อที่จะไปดูแลลูกน้อง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุกำลังจะกลับรถที่ยูเทิร์นหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรบางคูวัด ซึ่งขณะที่กลับรถนั้นเห็นรถจักรยานยนต์ขับมาอยู่แล้วแต่เห็นว่าไกลมาก และได้หักเลี้ยงได้เพียงชั่วเวลาแป๊บเดียว รถจักรยานยนต์ก็พุ่งมาชนท้ายอย่างจังทำให้รถของตนนั้นหมุนจนมาหยุดอยู่ฝั่งตรงข้างยูเทิร์นดังกล่าว
ส่วนร.ต.ท.พีรพัฒน์ มั่นยา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์พบว่ารถจักรยานยนต์ทั้งสามคันขับมาด้วยความเร็ว ทั้งนี้จะต้องตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงและสอบปากคำเพิ่มเติมจากเพื่อนผู้ตายที่มาด้วยกัน รวมถึงคนขับรถเก๋ง ด้านผู้เสียชีวิตได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตพร้อมประสานญาติมารับศพนำไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คุมตัวหนุ่มตกงานควงอิโต้ชิงทรัพย์มินิมาร์ทซ.ลำลูกกา27 สารภาพแค้นที่ถูกไล่ออก

 เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. พล.ต.ต.ถาวร ขาวสะอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต พ.ต.ท.วรพันธ์ พิสุทธานนท์ รอง ผกก. พ.ต.ท.ปรากฎ นาคใหญ่  สว.สส.สภ.คูคต พร้อมชุดสืบสวน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน คุมตัวผู้ต้องหา ทราบชื่อคือนายพรเทพ หรือกอล์ฟ แซ่ทั้ง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/594 หมู่ 14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมด้วยของกลาง 1.เงินสด จำนวน 1,536 บาท 2.มีดทำครัว จำนวน 1 เล่ม 3.เสื้อผ้า ชุดที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ 1 ชุด 4.รองเท้าแตะ จำนวน 1 คู่ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ หลังก่อเหตุบุกเดี่ยวใช้อาวุธมีดอิโต้ จี้ชิงทรัพย์ภายในมินิมาร์ท ร้านแฟมิลี่มาร์ท สาขา 4539 ปากซอยลำลูกกา 27 ถนนลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ขณะที่น.ส.ศิริพร เมฆพรม พนักงานมินิมาร์ทให้บริการอยู่ที่เคาเตอร์ฯ แล้วชิงทรัพย์เป็นเงินสดในเครื่องเก็บเงินหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.30 น. ของวันที่ 23 มิ.ย. โดยหลังจากก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด ที่พบว่าคนร้ายใส่หมวกคุมปิดบังใบหน้า ถืออาวุธมีดแบบอิโต้ เข้ามาภายในร้าน แล้วใช้อาวุธมีดกดหันกล้องวงจรปิดให้ไม่สามารถจับภาพขณะก่อเหตุ จากนั้น ใช้อาวุธมีดจี้บังคับพนักงานให้เปิดลิ้นชักเครื่องเก็บเงิน ชิงทรัพย์เงินสดหลบหนีไป สามารถจับกุมได้ที่หอพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยที่เกิดเหตุ ซึ่งห่างจากสถานที่ก่อเหตุประมาณ 200 เมตร นายพรเทพ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เคยทำงานที่ร้านมินิมาร์ทดังกล่าว แต่ถูกไล่ออก เนื่องจากมีปัญหาเรื่องยอดเงินที่จะส่งบริษัทฯ หายไปจำนวน 100 บาท จากนั้น ตนจึงถูกไล่ออก จึงเกิดความรู้สึกแค้นที่ถูกไล่ออกจากงาน ซึ่งตนเองก็ตกงานอยู่ จึงใช้อาวุธมีดที่มีอยู่ในห้องเข้ามาก่อเหตุดังกล่าว แต่ไม่คิดว่าพนักงานจะจำลักษณะของตนได้ จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้

พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัฒน์ ผกก.สภ.คูคต กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งว่าคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านค้ามินิมาร์ท เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. เวลาประมาณ 03.30 น. เป็นคนร้ายไม่ทราบว่าเป็นใคร เข้าไปในร้าน ใช้มีดขู่จะทำร้ายบังคับเอาทรัพย์สินไป เมื่อเข้าไปสอบสวนพนักงานของร้าน ซึ่งถูกก่อเหตุ ได้ทราบว่าคนร้ายมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับพนักงานคนเก่าที่เพิ่งออกจากงานไป และทราบว่าพักอาศัยอยู่ในซอยใกล้ที่เกิดเหตุ จึงตรวจสอบประวัติเดิมของพนักงาน ประกอบกับรูปพรรณของคนร้ายที่สามารถตรวจสอบได้จากภาพกล้องวงจรปิด

ต่อมาเวลา 07.30 น. จึงเดินทางไปยังหอพักภายในซอย เมื่อไปถึงห้องดังกล่าวพบว่าประตูถูกเปิดทิ้งเอาไว้ และพบรองเท้าแตะของกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกบุคคลภายในห้องพบว่าอยู่ภายในห้องน้ำ สวมเสื้อสีดำ และมีอาการตกใจ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงสอบสวนจนยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง พร้อมทั้งแจ้งว่าเกิดความคับแค้นใจที่ถูกไล่ออกจากงาน จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาก่อเหตุชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธปิดบังใบหน้า หรือรับของโจร

ที่มา>>>ข่าวสด

โจ๋นั่งคุยกัน มือมีดปรี่ทำร้าย-แทงหนุ่ม20 ล้มดับสยองต่อหน้าเพื่อน

วันที่ 9 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เกรียงไกร แสงยศ สารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งวัยรุ่นแทงกันได้รับบาดเจ็บจากหมู่บ้านเอื้ออาทรเสมาฟ้าคราม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลปทุมเวช จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายชโลธร พึ่งเทพา อายุ 20 ปี ถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่ชายโครงด้านซ้าย 1 แผล และที่หน้าอกซ้าย 1 แผล จากการสอบถาม นายวงศกร อายุ 18 ปี เพื่อนผู้ตาย บอกว่า ขณะที่ตนกับผู้ตายและเพื่อนๆ นั่งกันอยู่บันไดชั้น 2 ตึก 56 หมู่บ้านเอื้ออาทรเสมาฟ้าคราม ได้มีกลุ่มวัยรุ่นซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน วิ่งเข้ามาทำร้าย

จากนั้น นายจาไม่ทราบชื่อจริง ได้ใช้อาวุธที่เตรียมมาแทงผู้ตาย โดยผู้ตายได้วิ่งหนี และมาล้มที่หน้าหมู่บ้าน พวกตนจึงช่วยกันพาส่งโรงพยาบาลปทุมเวช แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต จึงได้นำกำลังชุดสืบสวนออกหากล้องวงจรปิดในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าคนร้ายจะหลบหนี พร้อมทั้งได้นำตัวเพื่อนผู้ตายไปสอบสวนเพิ่ม เพื่อตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไ

ที่มา>>>ข่าวสด