มหันตภัย’ขี้ปลาวาฬ’ทำน้ำเสีย ชาวประมงคลองด่าน วอนรัฐเร่งช่วยเหลือ

เครดิตภาพจาก:ชาวบ้านในพื้นที่

ชาวประมงคลองด่าน ยังเดือดร้อนเจอมหันตภัยขี้ปลาวาฬ‘ ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย ไม่สามารถสูบน้ำเข้าบ่อเลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ กุ้งและปลาได้ ที่ผ่านมาเคยแจ้งไปยังทางการแล้วแต่ยังไม่คืบหน้า ทำชาวบ้าน 5,000 ครัวเรือน เดือดร้อนหนัก วอนรัฐเร่งเยียวยาช่วยเหลือ

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 19 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนพจน์ ทรงกรานต์ อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 3 วันที่ผ่านมาได้เกิดปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ ตามลำคลองต่างๆ ในเขตพื้นที่ตำบลคลองด่าน ซึ่งมีชายฝั่งเชื่อมต่อกับทะเลอ่าวไทย ระยะทาง 17 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย และมีกลิ่นเหม็น ชาวประมงซึ่งเป็นลูกบ้านของตนราว 5,000 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน เพราะปกติจะใช้สูบน้ำจากทะเลเข้าบ่อเพื่อใช้เลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ กุ้งและปลา ซึ่งเมื่อเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้นจึงไม่สามารถสูบน้ำเข้าบ่อเลี้ยงได้ นอกจากนี้ยังมีชาวประมงชายฝั่ง ที่ยังชีพด้วยการจับสัตว์น้ำก็ไม่สามารถประกอบอาชีพได้เช่นกัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเคยแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดแล้ว แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใด ลงมาตรวจสอบว่าเกิดจากสาเหตุใด หรือหาทางช่วยเหลือ เพราะหากยังปล่อยให้น้ำเน่าเสียต่อไป สัตว์น้ำที่ชาวประมงเลี้ยงก็จะไม่มีน้ำใหม่เข้าไปเปลี่ยนถ่าย อาจทำให้สัตว์น้ำที่เลี้ยงไว้ตาย ไม่สามารถนำไปขายได้ ซึ่งในพื้นที่คลองด่าน จะมีเงินหมุนเวียนจากการทำประมง จำนวน 500 ล้านบาทต่อปี จึงอยากให้ทางประมงจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและตรวจสอบบ้าง เพราะขณะนี้ชาวประมงคลองด่านและ ธุรกิจต่อเนื่องจากการประมงได้รับความเดือดร้อน

ส่วนสาเหตุที่สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เพิ่มปริมาณจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และตายลงจนทำให้น้ำเน่าเสียและมีกลิ่นเหม็นนั้น ตนก็ไม่ทราบ แต่อาจจะเกิดจากการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงทะเลของโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่ง ที่มีสารประกอบไนเตรท และฟอสเฟต ซึ่งเป็นธาตุอาหารอย่างดีของสาหร่ายชนิดดังกล่าว จนทำให้มีการเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติด้วยหรือไม่นั้น คงต้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวซ้ำอีกต่อไป.

ที่มา>>>Thairath