โทรเรียกหนุ่ม18 ออกมาเคลียร์ มีดจ้วงแทงกว่า 18 แผล เหยื่อวิ่งหนีเฮือกสุดท้าย

 วันที่ 27 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.50 น. วันที่ 26 มิ.ย. ร.ต.อ.อุดม เพชรรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ตได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุฆ่ากันตายภายในซอยห่านฝรั่ง ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กมล โอศิริ ผกก.พ.ต.ท.เชาว์ ผอมนะ รอง.ผกก.ป.สภ.เมืองภูเก็ต นำกำลังสายตรวจ-ชุดสืบสวนและมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยดังกล่าว พบศพชายวัยรุ่นไม่สวมเสื้อ นุ่งเพียงกางเกงขาสั้นสีดำ นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นถนน สภาพศพถูกแทงด้วยของมีคมเข้าตามร่างกายไม่ต่ำกว่า 18 แผล ทราบชื่อ คือ นายมนัสนันท์ บุหงา อายุ 18 ปี อยู่ หมู่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ห่างออกไปภายในซอยเล็กๆ ที่พื้นดินใกล้ต้นไม้ใหญ่ พบคราบเลือดหยดเป็นทาง และพบรถ จยย.ซูซูกิ สีขาว ทะเบียน จ 9653 ภูเก็ต จอดอยู่ เบื้องต้นคาดว่าเป็นของนายมนัสนันท์ผู้ตาย จากนั้นนำศพส่งชันสูตรที่ รพ.วชิระภูเก็ต

สอบสวนทราบว่า นายมนัสนันท์พักอาศัยอยู่กับครอบครัวภายในซอยดังกล่าว ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก ขณะที่นายมนัสนันท์อยู่ภายในบ้าน ได้มีโทรศัพท์โทรเข้ามา จากนั้นนายมนัสนันท์ได้ขี่รถ จยย.คันดังกล่าวออกจากบ้านพัก จนกระทั่งชาวบ้านในละแวกนั้นได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ พบนายมนัสนันท์นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นถนน จึงรีบโทรแจ้งตำรวจ แต่นายมนัสนันท์เสียชีวิตในที่สุด โดยคาดว่านายมนัสนันท์อาจถูกโทรให้ออกมาเคลียร์ปัญหาบางอย่างภายในซอย แต่อาจตกลงกันไม่ได้ ทำให้คนร้ายใช้มีดจ้วงแทงเข้าตามร่างกาย ก่อนที่นายมนัสนันท์จะพยายามวิ่งหนี และล้มลงเสียชีวิตที่บริเวณดังกล่าว

อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปตรวจเช็คหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามานัดนายมนัสนันท์ออกมาเคลียร์ปัญหาและทราบตัวคนร้ายแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆเสนอต่อศาล จ.ภูเก็ต ออกหมายจับต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบแล้ว! เสี่ยโรงกลึง ร่วมผัวเมียปล้นโชห่วยปทุมฯ 3 ร้านในคืนเดียว

ตร.ปทุมธานี จับกุมเสี่ยโรงกลึง ร่วม 2 ผัวเมีย ลักทรัพย์โชห่วย 3 ร้านในคืนเดียว พร้อมนำตัวทำแผนก่อนส่งฝากขังศาล ขณะผู้ต้องหาอีกคนชาวเขมร หลบหนีกลับประเทศไปแล้ว

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 59 พ.ต.ท.ปริญญา สุคันธวิภัติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ นำตัว นายพฤหัส ทาไสย อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.12 ต.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ และ น.ส.พรรนิภา บดีรัฐ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/2 ม.1 ต.วังควง อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร สามีภรรยา ที่ถูกจับกุมในข้อหา ร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และบุกรุกเคหสถานของผู้อื่นในเวลากลางคืน มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันปล้นโชห่วย 3 ร้านในคืนเดียว (แก๊งโจรปทุมฯ เหิม! กวาดทรัพย์โชห่วย 3 ร้านคืนเดียว เกือบ 8 แสน)

ที่ร้านแรก ร้าน SKB สารพัธ ต.บางปรอก อ.เมืองปทุมธานี ซึ่งเป็นร้านขายปลีกและส่งบุหรี่ สุรา บัตรเติมเงิน น้ำดื่ม และของนานาชนิด โดยมี นายสุธรรม กิตติสุรินทร์ อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน คอยดูการทำแผนทุกขั้นตอน จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปทำแผนต่อที่ ร้านเคทีมาร์ท ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว ซึ่งเป็นร้านขายปลีก-ส่งสินค้าประเภทเดียวกับร้านแรก มี น.ส.จินตนา ทิพย์เทวา อายุ 41 ปี เป็นเจ้าของร้าน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังศาลจังหวัดปทุมธานี ทันที ส่วน นายชัชพงศ์ ภูศรี อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79/7 ม.1 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ ผู้ต้องหาคนที่ 3 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนำตัวไปตรวจค้นของกลางเพิ่มที่บ้านพักใน จ.สมุทรปราการ สำหรับเพื่อนร่วมแก๊งอีกคน ชื่อ นายมุ่ย ชาวกัมพูชา เป็นคนงานก่อสร้าง หลบหนีกลับประเทศไปแล้วหลังก่อเหตุเจ้าของร้านโชห่วยชี้ดูจุดที่คนร้ายใช้คีมตัดกุญแจเข้าโจรกรรม

เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นอกจากนี้ ยังพบว่า นายพฤหัส หัวหน้าแก๊งมีประวัติโชกโชน เคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 2-3 ครั้ง ล่าสุด เพิ่งพ้นโทษมาได้ไม่นาน ส่วน นายชัชพงศ์ กำลังเปิดกิจการเป็นเจ้าของร้านโรงกลึงแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ซึ่งจากนี้จะสืบสวนสอบสวนขยายผล และติดตามของกลางมาคืนแก่เจ้าทุกข์ต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

จับช่างซ่อมมอ’ไซค์ ยิงปืนใส่เก๋งสาวกลางแยกหาดใหญ่ รับบันดาลโทสะ

ตำรวจหาดใหญ่ ตามจับตัวช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ วัย 30 ปี คาร้านก๋วยเตี๋ยว หลังก่อเหตุยิงปืนใส่รถเก๋งสาววัย 29 ปี กลางสี่แยกสะพานดำ สารภาพ ขี่ผ่าไฟแดงมาเจอเก๋งขวาง โมโหคว้าปืนยิง

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 59 พ.ต.ท.เอกรัฐ สวนแสน รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ นำกำลังชุดสืบสวนพร้อมหมายจับ เข้ารวบตัว นายบัญชา สมบูรณ์ อายุ 31 ปี ชาว ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ หลังผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ของ น.ส.วลัยพร พรหมรอด อายุ 29 ปี บริเวณสี่แยกสะพานดำ ย่านถนนราษฎร์อุทิศ กลางเมืองหาดใหญ่ เมื่อช่วง 02.00 น. วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จนมีการแชร์คลิปต่อกันในโซเชียล

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตามไปจับตัวได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าหมู่บ้านเมืองทองธานี ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ พร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาวฟ้า ทะเบียน งนล 956 สงขลา ที่ใช้เป็นพาหนะก่อเหตุ และคุมตัวไปค้นที่บ้านพัก พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุนปืน 24 นัดร่องรอยท้ายเก๋งผู้เสียหาย หลังถูกผู้ต้องหายิงเข้า 1 นัด กลางสี่แยกสะพานดำ

ต่อมา พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ รอง ผบช.ภ.9 นำตัวมาสอบสวนพร้อมแถลงข่าวที่ สภ.หาดใหญ่ โดยมีแฟนสาวของนายบัญชา ที่นั่งซ้อนท้ายในคืนเกิดเหตุเดินทางมาด้วย โดยทั้ง 2 คน ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าขณะเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์ผ่าไฟแดงมาเจอกับรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีดำ ทะเบียน ขต 4119 สงขลา ของผู้เสียหายที่ขับสวนมาพอดี และพยายามขวางทางรถจักรยานยนต์ ทั้งที่ไปได้แต่ก็ไม่ไป จึงบันดาลโทสะใช้ปืนยิงใส่ 1 นัด ถูกหลังรถเป็นรู

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี.

ที่มา>>>Thairath

แม่ค้ากลับไม่ถึงบ้าน ปิกอัพยางแตก พลิกหงายท้อง ตาย 1 เจ็บ 2

แม่ค้าสาวใหญ่ นั่งรถปิกอัพจากชะอำจะกลับบ้านพักที่เพชรบุรี ถึงบ้านลาด รถเกิดเสียหลักตกร่องกลางถนนเพชรเกษม พลิกหงายท้อง ตายคาที่ 1 บาดเจ็บ 2 ตร.ไปตรวจ พบยางล้อหน้าซ้ายแตก…

วันที่ 12 พ.ค. ร.ต.อ.สุนทร พราหมณ์สังข์ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะพลิกคว่ำตกร่องกลางถนน ถนนเพชรเกษม ขาขึ้น กทม. พื้นที่ ม.6 ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะนิสสัน ตอนครึ่ง สีแดง หมายเลขทะเบียน บค 4631 เพชรบุรี ตกอยู่ในร่องกลางถนน สภาพพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้า ยางหน้าด้านซ้ายแตก ด้านหน้ารถและห้องโดยสารพังเสียหาย ใกล้กันพบต้นไม้ใหญ่ลำต้นขนาดหนึ่งคนโอบ มีร่องรอยถูกชนที่โคนต้น ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.วนิดา พินิจทรัพย์สิน อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 313/306 ม.6 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ แต่มาอาศัยอยู่ที่ ต.บ้านหม้อ อ.เมืองเพชรบุรีนอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทราบชื่อคือ น.ส.พรรณี ประเสริฐทรัพย์ เป็นคนขับรถ และนายวรวิทย์ มรรคนันทน์ โดยทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

สอบถามนายมณฑล พินิจทรัพย์สิน อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 ถ.สุรพันธ์ ต.ท่าราบ อ.เมืองเพชรบุรี ซึ่งเป็นน้องชายของ น.ส.วนิดา ทราบว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บนั่งรถคันเดียวกัน โดยเป็นแม่ค้า ขณะเกิดเหตุกำลังเดินทางกลับจากขายของในพื้นที่อำเภอชะอำ มุ่งหน้าจะกลับบ้านพักใน อ.เมืองเพชรบุรี ส่วนตนได้ขับรถอีกคันนำหน้ามา เมื่อมองกระจกดูจึงเห็นว่าเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น จึงได้จอดรถลงมาช่วย ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากยางรถแตก จนเสียหลักตกร่องกลางถนน ชนต้นไม้พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า ทำให้พี่สาวเสียชีวิต.

ที่มา>>>Thairath

เมียเหยื่อฆ่ายกครัว ดูหน้าสามี-ลูกครั้งสุดท้าย ลั่น! อย่าให้ตายเปล่า

ร้องไห้ปริ่มขาดใจ เมียเปิดฝาโลงดูหน้าสามี-ลูกชาย ถูกฆ่ายกครัว 2 ศพเป็นครั้งสุดท้าย ลั่น! อย่าให้ตายเปล่า ขอ ตร.ทำคดีให้ถึงที่สุด ด้านแม่ยาย อยากให้ประหารให้สาสม จับคนร้ายที่เหลือมาให้หมด…

จากกรณีคนร้ายขับรถยนต์กระบะ ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ไล่ยิงฆ่ายกครัวทำให้นายสุเทพ รอดสุก อายุ 29 ปี และ ด.ช.ณรงค์ฤทธิ์ รอดสุก ลูกชายวัย 2 ขวบ เสียชีวิตคาที่ บริเวณพงหญ้าริมถนนเลียบทางรถไฟ หมู่ 1 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รู้ใครยิงพ่อ-ลูกดับ ตร.เมืองคอน จ่อออกหมายจับ คุ้มกันแน่นเมียผู้ตาย ส่วนนางวาสนา โสภิณ อายุ 26 ปี และ ด.ญ.วิภัชชา รอดสุก อายุ 7 ขวบ เมียและลูกสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทางตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้ออกหมายจับนายศิริชัย บุรินทร์โกษฐ์ อายุ 30 ปี ซึ่งเดินทางมามอบตัว พร้อมปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ร่ำไห้แทบขาดใจ! สาวถูกยิงยกครัว วอนพาออก รพ. ไปงานศพลูก-ผัว

ล่าสุดเวลา 14.00 น. วันที่ 8 พ.ค. ได้มีพิธีฌาปนกิจศพ 2 พ่อลูก ที่บ้านเลขที่ 170 บ้านมะม่วงตลอด หมู่ 7 ต.นาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช โดยนางวาสนา ซึ่งขาขวาเข้าเฝือก นั่งร่วมทำพิธีด้วยอาการโศกเศร้าตลอดเวลา โดยนางวาสนา ได้กล่าวทั้งน้ำตาขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้การช่วยเหลือติดตามคดีจนสามารถจับกุมคนร้ายมาได้แล้ว 1 คน และทราบว่ากำลังจะจับเพิ่มอีกหลายคน ซึ่งตนขอขอบคุณมาก อย่าให้ลูกและสามีของตนต้องตายเปล่า ขอให้ช่วยเรื่องคดีจนถึงที่สุด อย่าให้คนร้ายลอยนวลด้านนางวรรณา โสภิณ อายุ 58 ปี มารดาของนางวาสนา กล่าวว่า หลังจากลูกสาวออกจากโรงพยาบาล เพื่อมาร่วมงานศพสามีและลูกครั้งสุดท้าย โดยมีอาการเสียใจตลอดเวลาร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน อยากฆ่าตัวตายตามสามีและลูกไปด้วย ซึ่งตนและญาติๆได้คอยปลอบใจจนดีขึ้นบ้าง แต่ต้องเฝ้าดูแลไม่ห่างเพราะกลัวลูกสาวจะคิดสั้น

“อยากขอร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งจับกุมคนร้ายที่เหลือทั้งหมดมาดำเนินคดีให้ได้จนคดีถึงที่สุด และอยากให้ประหารชีวิตคนร้ายทุกคนไปเลย ให้สาสมกับที่เขาทำกับหลานชายและลูกเขย เพราะที่ผ่านมาพวกตนไม่เคยเป็นศัตรูกับใครเลย นอกจากคนร้ายกลุ่มนี้ที่มีคนมีสีอยู่เบื้องหลัง อยากให้ตำรวจจับกุมให้หมดและดำเนินคดีจนถึงที่สุด และเมื่อนั้นตนและลูกสาวก็จะนำศพนายสุเทพและลูกชายขึ้นมาทำการฌาปนกิจศพอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อเรื่องของคดีได้รับความเป็นธรรม”สำหรับบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีการเคลื่อนโลงศพ 2 พ่อลูกจากบ้านพักไปยังวัดมะม่วงตลอด เพื่อเก็บศพ 2 พ่อลูกไว้ที่บริเวณหลังวัด โดยญาติๆ ช่วยประคองนางวาสนา ซึ่งขาขวาเข้าเฝือกเดินไม่ได้ ไปดูพิธีเก็บศพ พร้อมขอร้องให้เปิดฝาโลงศพของ 2 พ่อลูกเพื่อขอดูหน้าเป็นครั้งสุดท้าย โดยทันทีที่นางวาสนาเห็นสภาพศพ ได้ร้องไห้โฮจนเกือบเป็นลมหมดสติ ทางญาติต้องเข้าไปปลอบใจ ก่อนพากลับบ้าน ท่ามกลางความสลดหดหู่สะเทือนใจของญาติและประชาชนที่มาร่วมงานศพ.

ที่มา>>>Thairath

โกลเด้นแสนรู้ นอนเฝ้าศพ ครูสาวโสดวัย 46 ปี ตายปริศนาคาบ้านพัก

ครูสอนภาษาอังกฤษ สาวโสดวัย 46 ปี เสียชีวิตปริศนา ในบ้านพักย่านปากเกร็ด นนทบุรี ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลถูกทำร้าย ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1-2 วัน โดยมีสุนัขเพศผู้ พันธ์ุโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ นอนเฝ้าศพไม่ห่าง

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 5 พ.ค. ร.ต.อ.อภิศักดิ์ นิยมสุข รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 5 หมู่บ้านสายลม ซอย 1 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.ปากเกร็ด ไปสอบสวนพร้อมด้วยแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น พบว่าประตูบ้านชั้นล่างถูกเปิดทิ้งไว้จนท.เข้าประตูไปก็พบศพเจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิต

ภายในบริเวณบ้านชั้นล่างพบศพ น.ส.รัชฎาวรรณ สร้อยสอาด อายุ 46 ปี เป็นครูสอนภาษาอังกฤษและเป็นเจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิตน้ำลายฟูมปาก ตรวจสอบไม่พบบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้าย มีโจ๊กเกือบเต็มถ้วยตั้งวางอยู่บนพื้น ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วราว 1-2 วัน นอกจากนี้มีสุนัขพันธ์ุโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ เพศผู้ ที่ น.ส.รัชฎาวรรณ เลี้ยงไว้ นอนเฝ้าศพไม่ห่าง

จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.รัชฎาวรรณ พักอาศัยที่บ้านดังกล่าวตามลำพัง ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ได้นำส่ง รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง.

ที่มา>>>Thairath