สาวเจ็บท้องคลอดบนรถวันที่ 9 เดือน 9 ปี 59 ตอน 9 โมงเลยตั้งชื่อลูกว่า”น้องเก้า”

เวลา 16.00 น.วันที่ 9 ก.ย. นายรพิสิทธิ์ พิมพ์พัฒน์ นอภ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู มอบหมายให้นายประสิทธิ์ มหาวงศ์ ปลัดอำเภอ นำสิ่งของไปเยี่ยมให้กำลังใจกับน.ส.นวลจันทร์ ศรีประทุม อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 38 หมู่ 11 บ.นารุ่งเรือง ต.หนองกุงแก้ว ขณะพักรักษาตัวที่ห้องคลอดรพ.ศรีบุญเรือง    ทั้งนี้ น.ส.นวลจันทร์ได้คลอดลูกบนรถ ขณะเดินทางไปรพ.ผาขาว จ.เลย เพราะเกิดปวดท้องคลอดช่วงผ่านบ้านหนองกุงแก้ว ห่างจากโรงพยาบาล 15 กม. และระหว่างทางได้โทรศัพท์แจ้ง 1669 ขอความช่วยเหลือ รถกู้ชีพ รพ.ศรีบุญเรือง ไปช่วยเหลือตัดสายรกทำความสะอาดและรับตัวมาดูแลต่อที่โรงพยาบาล โดยเด็กที่คลอดออกมาเป็นเพศหญิงน้ำหนัก 2,570 กรัม คลอดเมื่อเวลา 09.30 น. ปลอดภัยทั้งแม่และลูก   น.ส.นวลจันทร์เปิดเผยว่า  รู้สึกดีใจมากที่คลอดลูกและปลอดภัยทั้งแม่และลูก โดยตนได้ฝากครรภ์ที่รพ.สต.หนองกุงแก้ว ซึ่งเป็นลูกคนที่สอง ซึ่งคนแรกเป็นผู้ชายคลอดเอง ลูกคนนี้ครบกำหนดคลอดวันที่ 21 ก.ย.59 แต่วันนี้ประมาณ 8 โมงเช้ารู้สึกปวดท้องจึงขอให้นายกาวี ประเสริฐศรี พ่อสามีขับรถปิคอัพนิสสัน สีบรอนซ์ ทะเบียน บธ 1350 เลย พาไปส่งโรงพยาบาลผาขาว ที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ออกจากหมู่บ้านมาถึงบ้านหนองกุงแก้ว ก็คลอดลูกออกมา โดยมีหน่วยกู้ชีพรพ.สต.หนองกุงแก้วมาช่วยเหลือ ก่อนที่จะมีรถกู้ชีพรพ.ศรีบุญเรืองมาช่วยเหลือตัดสายรกและทำความสะอาดก่อนนำมาพักรักษาตัวต่อที่ รพ.ศรีบุญเรือง   น.ส.นิภาภัทร์ แหล้ป้อง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการที่ได้ออกไปช่วยเหลือเผยว่า หลังรับแจ้งจากศูนย์ 1669 ก็รุดไปช่วยเหลือโดยมีเจ้าหน้าที่ รพ.สต.คอยช่วยเหลือที่รถ ได้ตัดสายรกและทำแผลให้ทั้งแม่และลูก ก่อนนำมาที่ห้องคลอดของโรงพยาบาล

นางวชิรภรณ์ แสงเลิศ พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าห้องคลอด เผยว่าทางห้องคลอดได้เตรียมพร้อมช่วยเหลือ เมื่อแม่และเด็กเดินทางมาถึงได้ตรวจร่างกายพบว่าเด็กมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำจึงได้ให้น้ำเกลือ และดูอาการทั้งแม่จนอาการปลอดภัย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามน.ส.นวลจันทร์ทราบว่ายังไม่ได้ตั้งชื่อลูก จึงบอกว่าวันนี้เป็นวันดีวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2559 เด็กคลอดเวลา 09.30 น. ถือว่าเป็นวันดีฤกษ์ดี ก็เลยขอเรียกชื่อเด็กว่า น้องเก้า ซึ่งน.ส.นวลจันทร์ถึงกับยิ้มและขอตั้งชื่อเล่นของลูกว่า “น้องเก้า” ด้วย อย่างไรก็ตามจากการสอบถามทราบว่าวันนี้ที่รพ.ศรีบุญเรือง มีการทำคลอดเด็กอีก 3 ราย ผ่าตัด 2 ราย รวมน้องเก้าด้วยก็จะเป็น 4 ราย เพศชาย 2 ราย หญิง 2 ราย

ที่มา>>>ข่าวสด

ดาบตำรวจเมาขับกระบะแหกโค้งชนสะพาน พุ่งชนคนบาดเจ็บ 3 ราย เด็กสาหัส

เวลา 17.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2559  บริเวณสะพานเสม็ดแดง รอยต่อ ต.ท่าพริกและ ต.ท่ากุ่ม  อ.เมือง จ.ตราด ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน 3 คัน และผู้บาดเจ็บหลายราย ในที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดและรถกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพตราด เดินทางรับผู้บาดเจ็บ พร้อมแจ้ง ร.ต.อ.ยอดคม อินไข ร้อยเวร สภ.เมืองตราด ทราบซึ่งระหว่างรถกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพเดินทางรับผู้บาดเจ็บ กู้ภัยตราดได้นำผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ซึ่งเป็นเด็กหญิง อายุประมาณ 10 ขวบ ที่ยังอยู่ในชุดนักเรียน มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้าและศีรษะแตก และมีบาดแผลตามร่างกาย ออกมาจากที่เกิดเหตุ พร้อมกับเปลี่ยนถ่ายผู้บาดเจ็บบริเวณหน้าวัดวิเวกวราราม โดยมีพ่อผู้บาดเจ็บนั่งมาด้วย ส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตราด ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 คน บาดเจ็บเล็กน้อยเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดได้ทยอยนำส่งโรงพยาบาล

ส่วนในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บค 94 ตราด สภาพรถหน้ารถพังยับ ยางล้อหลังแตก เป็นรถของ ดต.ปราการ ไม่ทราบนามสกุล สังกัด กองร้อยตำรวจตะเวนชายแดนที่ 117 บ้านท่าเพ ซึ่งนั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในภายที่เกิดเหตุ ด้วยอาการเมาสุรา คันที่สอง รถยนต์กระบะ เซฟโลแลต หมายเลขทะเบียน บบ 8758 จันทบุรี สภาพหน้ารถพังเสียหายพังยับไม่สามารถขับต่อได้ และคันที่สามเป็นรถยนต์กระบะ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บฉ 7598 ตราด ด้านหน้ารถเสียหายไม่มากนัก ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุพบทรัพย์สิน กระโปรงนักเรียน รองเท้านักเรียนตกอยู่

นายเอกชัย พาทีทิน อายุ 31 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ กล่าวว่า ตนเองและพ่อตา รวมถึงผู้บาดเจ็บอีก 2 คน กำลังยืนตกกุ้งและวางลอบดักกุ้ง ดักปูกันอยู่บริเวณสะพาน ระหว่างนั้นรถยนต์ของตำรวจที่มุ่งหน้ามาจาก ต.ท่ากุ่ม ขับมาด้วยความเร็ว แล้วแหกโค้งพุ่งชนคอสะพานและเสียหลักพุ่งชนเด็กและผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่บนสะพานบาดเจ็บไป 3 ราย โดย 1 ใน 3 ผู้บาดเจ็บเป็นเด็กมีอาการสาหัสมาก ตนเองกระโดดหนีทันจึงรอดชีวิตได้หวุดหวิด

ด้าน ดต.ปราการ พูดด้วยความเมา ไม่ได้อยากให้เกิด ขับมาปกติ เพราะขับเส้นนี้ประจำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะคุมตัวไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองตราด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด