เก๋งซิ่งส่ายไปมาคล้ายเมาพุ่งชนจยย.สาวลากไกลกว่า100 เมตรจนไม่รอด แล้วขับหนีไปเฉยๆ

เมื่อเวลา 00.30 วันที่ 21 ..2560 ...ปรฉัตร รักษาวงษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนี และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงติดต่อหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม และแพทย์เวรโรงพยาบาลร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนนทางหลวงหมายเลข 219 สายบุรีรัมย์ – สตึก บริเวณบ้านยาง .บ้านยาง.เมืองบุรีรัมย์ พบชาวบ้านกำลังมุงดูเหตุการณ์ โดยพบร่าง ..นันทินี จอมประโคน อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 3 .โคกขมิ้น .พลับพลาชัย .บุรีรัมย์ นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนทั้งหมวกกันน็อกและรองเท้าหลุดกระเด็น

ห่างไปประมาณ 40 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก หมายเลขทะเบียน ขรพ-614 บุรีรัมย์คาดว่าเป็นของผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพพังเสียหาย

จากการตรวจสอบสิ่งของในกระเป๋ายังพบเอี๊ยมกันเปื้อนจึงคาดว่าผู้เสียชีวิตอาจจะเพิ่งเลิกงาน แล้วได้ขับรถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพักตามลำพังแต่มาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ยังพบรอยครูดบนถนนเป็นทางยาวกว่า 100 เมตร คาดว่าน่าจะเป็นร่องรอยที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวถูกชนแล้วถูกลากซากรถจักรยานยนต์ และร่างของ..นันทินีไปตามถนนจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต 


เมื่อสอบถามนายสุวพิชญ์ แก้วกองกุล อายุ 18 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะขับรถจักรยานยนต์มากับแฟนสาวจากตัวเมืองบุรีรัมย์ จะมุ่งหน้ากลับบ้านที่ .บ้านยาง ซึ่งได้ขับตามหลังรถเก๋งสีขาวจำยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ส่วนด้านหน้าก็มีรถจักรยานยนต์ของสาวเคราะห์ร้าย

ขณะที่ขับตามหลังรถเก๋งคันดังกล่าวซึ่งมาด้วยความเร็วและมีลักษณะส่ายไปมาคล้ายกับคนเมา กระทั่งรถเก๋งคันดังกล่าวได้ส่ายไปพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ขับอยู่ด้านหน้า ลากไปไกลกว่า 100 เมตร แล้วก็ขับหลบหนีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จากนั้นตนและแฟนสาวจึงตัดสินใจจอดรถลงไปดูเพื่อหวังจะช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกรถเก๋งชน ซึ่งตอนแรกที่ลงไปดูพบว่าสาวเคราะห์ร้ายยังรู้สึกตัวจึงพยายามเรียกให้ตื่น และให้แฟนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่ผ่านไปไม่นานหญิงคนดังกล่าวก็แน่นิ่งไปเมื่อหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว 


ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของรถเก๋งที่ก่อเหตุชนแล้วหนีตามที่ผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูล เพื่อจะได้นำตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ใครกล้าเข้ามาคิดว่านี่ปืนปลอมหรอ!! ทหารลั่นกระสุนใส่นศ.สาว!! สุดช็อก คุมตัวทำแผน

วันที่ 9 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุ ส.อ.ปรีชา ทหารพรานสังกัดหน่วยเฉพาะกิจที่ 4422 อำเภอแม่ลาน จ.ปัตตานี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลั่นใส่นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โชคดีกระสุนพลาดเป้า จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดหอพักนอกของนักศึกษา ถ.เจริญประดิษฐ์ ต.รูสะมีแล อ.เมือง เมื่อเย็นวันอังคาร ที่ 8 ส.ค. เวลาประมาณ 17.30 น. ที่ผ่านมา ภายหลังเกิดเหตุ ทางอาจารย์มหาลัยฯ พร้อมองค์กรนักศึกษาพาผู้เสียหายไปแจ้งความที่โรงพัก สภ.เมืองปัตตานี ได้ลั่นปืนใส่นางสาวฮานาน ซูเดน นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตำแหน่งเหรัญญิกคณะบริหารองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี บริเวณบ้านพักสายมอ. จังหวัดปัตตานี ทราบชื่อผู้ต้องหา คือ สิบเอกปรีชา (ไม่ทราบนามสกุล) สังกัดหน่วยเฉพาะกิจที่ 4422 อำเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า หลังจากนางสาวฮานาน ได้จอดรถจักรยานยนต์บริเวณบ้านพักเพื่อจะเข้าไปจัดกระเป๋าเตรียมตัวจะกลับบ้าน สิบเอกปรีชา ได้ขับรถยนต์มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว นำรถเข้าจอดบริเวณจุดเดียวกันและเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ฟีโน่ของนางสาวฮานาน ขณะจะเข้าจอดรถยนต์ จากนั้นนางสาวฮานานเดินออกมาดูเหตุการณ์ดังกล่าว และเข้าไปสอบถามคู่กรณีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่สิบเอกปรีชา ได้เกิดโทสะและใช้ปืนประจำตัวลั่นปืนใส่นางสาวฮานาน 3 นัด แต่กระสุนปืนพลาดเป้า ทำให้นางสาวฮานานรีบวิ่งหนีเข้าบ้านพักเอาชีวิตรอด

ขณะเดียวกันเพื่อนนักศึกษาของนางสาวฮานาน เล่าเพิ่มเติมว่า ขณะที่กำลังจะจอดรถเข้าบ้านพักได้พบสิบเอกปรีชากำลังโวยวายพร้อมเอาปืนเล็งมาทางพวกเธอ และตะโกนว่า “ใครกล้าเข้ามา คิดว่านี่เป็นปืนปลอมหรอ !!!” พร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้าสองนัด

ภายหลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ได้ควบคุมตัว สิบเอกปรีชา เพื่อสอบสวน หลังจากก่อเหตุสะเทือนขวัญ โดยมีนางสาวฮานานและครอบครัว ได้ให้การกับ ร.ต.ท.ศิริศักดิ์ หวังกุหลำ พนักงานสอบสวน เบื้องต้นนายบูคอรี กามาเสะ Bae Pa นายกองค์การบริหารนักศึกษา มอ.ปัตตานี พร้อมอาจารย์ที่ปรึกษา ได้ประสานงานปรึกษานักกฎหมาย และให้กำลังใจนางสาวฮานานและครอบครัวแล้วอย่างใกล้ชิด

ล่าสุดวันนี้ เวลา 10.00 น. พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี จะแถลงข่าวกรณีทหารยิงนักศึกษา ณ เรือนรับรอง มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.ปัตตานี จะนำสิบเอกปรีชา ในฐานะผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบการรับสารภาพในพื้นที่จุดเกิดเหตุในเวลาบ่ายโมงวันนี้ เช่นกัน

โดยเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 8 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีการใช้อาวุธปืนยิง ภายในซอยเจริญประดิษฐ์ ต.รูสะมีแล อ.เมือง จ.ปัตตานี จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบชายดังกล่าวมีอาการเมาสุรา และกำลังเอะอะโวยวาย ในมือมีปืนพกสั้น เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปแสดงตัว และเจรจาให้ชายดังกล่าววางปืนลง โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ชายดังกล่าวจึงได้ยอม ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว และนำตัวไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี เพื่อสงบสติอารมณ์ จากการสอบสวนทราบว่า ชายดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพราน รับผิดชอบในเขตพื้นที่ อ. แม่ลาน จ.ปัตตานี โดยก่อนหน้านี้ ที่จะเกิดเหตุ ทหารดังกล่าว ได้เกิดมีปากเสียงกับภรรยา ทำให้เกิดความเครียด จึงตัดสินใจออกมาดื่มสุรา ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เมื่อเมาได้ทีจึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อเดินทางกลับมา เมื่อมาถึงภายในซอยเจริญประดิษฐ์ รถจักรยานยนต์เกิดเฉี่ยวชนกับรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างทาง จนล้มลง ทำให้เกิดความโมโห จึงได้ชักอาวุธปืนประจำตัวยิง แบบสะเปะสะปะ ทำให้ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ภายในซอยดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ต่างตกใจและหาที่ซ่อนตัวเพื่อความปลอดภัย โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาคลี่คลาย และนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

2โจ๋วิ่งราวทองซิ่งตกสะพานดับแล้ว1 ด้านตำรวจไล่เช็คกล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนี

จากกรณี 2 คนร้าย คือนายวีรพงษ์ เนธิบุตร อายุ 20 ปี และนายบริสุทธิ์ สุขเพีย อายุ 22 ปี ที่ขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วเพื่อหนีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ขณะก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ประกบพยายามกระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายชายรายหนึ่ง อายุประมาณ 60 ปี ที่เดินอยู่หน้าตลาดร่วมมิตร ถ.วุฒากาศ ปากซอย 13 ท้องที่สน.ตลาดพลู ก่อนหลบหนีขึ้นสะพานกลับรถบริเวณหน้าหมู่บ้านชิชา ด้วยความเร็วสูง ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนขอบสะพาน ร่างของทั้ง 2 ร่วงตกลงมากระแทกพื้นถนนจนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ส.ค. พ.ต.ท.อดุลย์ ดอกพวง รอง ผกก.สส.สน.บางมด พร้อมด้วยพ.ต.ต.พัฐกร ปิยธิติภูวดล สว.สส.สน.บางมด และร.ต.อ.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ รอง สว.สส.สน.บางมด ได้นำกำลังออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีของคนร้ายตามคำให้การของ นายอภิชาติ แซ่อุ้น อายุ 57 ปี พลเมืองดี พบว่าคนร้ายใช้เส้นทางหลบหนีจาก ถ.วุฒากาศมุ่งหน้า ถ.จอมทอง ถ.สุขสวัสดิ์ เข้าสู่ถ.พระราม 2 ก่อนประสบอุบัติเหตุรถชนขอบสะพานจริง แต่ขัดแย้งเพียงคำให้การของพยานที่จำผิดระหว่างคนขับขี่กับคนซ้อนท้ายเท่านั้น

เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเป็นหลักฐานชัดเจนว่า ผู้ขับขี่ คือ นายบริสุทธิ์ ซึ่งสวมเสื้อคลุมสีขาว หลังเกิดเหตุถูกส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางมด ส่วนคนซ้อนท้ายคือนายวีรพงษ์ ซึ่งหลังเกิดเหตุถูกนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล และล่าสุดนายบริสุทธิ์ได้เสียชีวิตแล้วเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว พนักงานสอบสวนจึงมอบศพให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลศิริราช เพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้าน พ.ต.ท.อดุลย์ กล่าวว่า คดีนี้ทางตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวผู้เสียหายได้ เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้สูญเสียทรัพย์สินแต่อย่างใด จึงยังไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ตลาดพลู ท้องที่ที่รับผิดชอบคดีพยายามชิงทรัพย์เพื่อให้การประกอบสำนวนคดี สำหรับในส่วนของสน.บางมดนั้นจะติดตามนายอภิชาติซึ่งเป็นพลเมืองดีเข้ามาให้การอีกครั้ง ให้สอดคล้องกับหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ส่วนคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.บางมด หลังพิจารณาแล้ว นายบริสุทธิ์ผู้ตายซึ่งเป็นผู้ขับขี่จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ฐานใช้รถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เพราะนอกจากจะยืมรถผู้อื่นมาใช้แล้วยังนำแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งมาสลับติดอำพรางตาเจ้าหน้าที่

พ.ต.ท.อดุลย์ กล่าวต่อว่า แต่เนื่องจากนายบริสุทธิ์เสียชีวิตไปแล้ว จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ ส่วนนายวีรพงษ์ซึ่งเป็นบุคคลซ้อนท้ายนั้น ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายชายสูงอายุคนดังกล่าวไปพบพนักงานสอบสวน สน.ตลาดพลู เพื่อแจ้งข้อหาพยายามชิงทรัพย์แก่ นายวีรพงษ์ ต่อไป

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สี่หนุ่มสาวสาหัสเกลื่อน!! สลบคาถนน ขับรถกลับบ้าน วัวท้องแก่โผล่จากความมืด ชนกระเด็น

วันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเที่ยงคืนกว่าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนวัว บนถนนสายจรัญยานนท์ มุ่งหน้าหอมศีล  หมู่ที่ 3 ต.หอมศีล อ.บางปะกง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย หลังรับแจ้งเหตุแล้ว ร.ต.ท.ณชพล สังขะวิไล รองสารวัตรสอบสวนฯ พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้รีบเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนหมดสติอยู่เกลื่อนถนน ทราบชื่อ คือ นายมาโนชญ์ สวยลึก อายุ 21 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กมว 450 ฉะเชิงเทรา และ น.ส.จิตตรี ศรีพัด อายุ 20 ปี นั่งซ้อนท้าย ใกล้กันพบ นายอำนาจ ส่งศรี อายุ 20 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-ฟ้า ทะเบียน ลบก 191 ชลบุรี และ นายอรรถพร ด้วงเงิน อายุ 16 ปี ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บหมดสติ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะกงและจุฬารัตน์ 11 โดยคู่กรณีเป็นวัวเพศเมีย สีน้ำตาล ซึ่งท้องแก่ นั่งหลบอยู่ข้างทางหลังถูกชนจนได้รับบาดเจ็บ
เบื้องต้นสอบถามนายอำนาจให้การว่า ขณะที่รถทั้งสองคันกำลังวิ่งมาตามถนนเพื่อกลับบ้าน จู่ๆ ก็มีวัวตัวดังกล่าวเดินฝ่าความมืดออกมาจากข้างทาง ทำให้รถทั้งสองคันเบรกไม่ทันจึงชนวัวเข้าเต็มแรง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งตรวจสอบต่อไปว่า วัวตัวดังกล่าวเป็นของใคร และหลุดออกมาเดินบนถนนในเวลากลางคืนลักษณะนี้ได้อย่างไรต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชื่นชมฮีโร่นอกจอ ‘เด่นคุณ’ พระเอกดังช่อง 3 ช่วยหญิงสาวประสบอุบัติเหตุกลางถนน

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณปากซอยลาดพร้าววังหิน ซอย 7 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้หญิง 1 รายซึ่งขณะนั้นพระเอกหนุ่ม ‘เด่นคุณ งามเนตร’ ซึ่งกำลังมีผลงาน ดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางช่อง 3 ได้นั่งทานข้าวอยู่บริเวณนั้นพอดี และเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงรีบลุกจากโต๊ะอาหารเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้บาดเจ็บทันที ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล ท่ามกลางเสียงชื่มชนว่าเป็นพระเอกทั้งในจอและนอกจอของประชาชนที่พบเห็น

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดสลด!! พ่อกล่อมลูกหลับ แล้วขี่บิ๊กไบก์ออกจากบ้านถูกตีนผีซิ่งฝ่าไฟแดงชนเละ เมียร่ำไห้ใจจะขาด เศร้าลูกติดพ่อมาก

พ่อลูกอ่อนกล่อมลูกวัย 2 ขวบนอนหลับ ก่อนขับบิ๊กไบก์ตามเมียออกจากบ้าน สลดเจอรถฟอร์จูนเนอร์ฝ่าไฟแดง พุ่งชนกระเด็นดับคาที่ คนขับหลบหนี เมียเห็นศพถึงกับเข่าทรุดร้องไห้โฮ

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.มนัส แก้วจินดาคำ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ถูกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลชนที่บริเวณ สี่แยกบายพาสบ้านกร่าง ถ.พิษณุโลก–สุโขทัย ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยหน่วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน201612161134596-20041022171637ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูจุดเกิดเหตุกันเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบพบรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กต 8151 พิษณุโลก ด้านหน้ามีร่องรอยการชนอย่างแรงสภาพพังยับเยิน ส่วนคนขับรถยนต์คันดังกล่าวได้อาศัยช่วงชุลมุนหลังเกิดเหตุหลบหนีไป201612161134592-20041022171637บริเวณด้านหน้ารถฟอร์จูนเนอร์พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ยี่ห้อ Benelli สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กง 4389 พิษณุโลก สภาพพังยับเยินเศษซากกระจายเกลื่อนถนน ล้อด้านหน้าหลุดแยกออกจากตัวรถ ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายกิตติโชค ผลชล อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/2 ม.3 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาล เสื้อยืดกีฬาด้านใน กางเกงขายาวสีน้ำตาล ศีรษะแตกมีเลือดไหลเป็นจำนวนมาก กระดูกหักหลายแห่ง เสียชีวิตคาที่ในที่เกิดเหตุ โดยมีภรรยาสาวของนายกิตติโชค เดินทางมาที่เกิดเหตุและร้องไห้ตลอดเวลา เพราะผู้ตายมีลูกน้อยด้วยกัน อายุเพิ่ง 2 ขวบ และลูกนั้นติดพ่ออย่างมาก201612161134595-20041022171637จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า ตนขี่รถตามจักรยานยนต์บิ๊กไบก์คันดังกล่าวมุ่งหน้าเข้าเมืองพิษณุโลก จนมาถึงที่เกิดเหตุเป็นจังหวะที่ไฟสัญญาณฝั่งที่ตนขับขี่มาเป็นไฟเขียว รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์จึงเร่งเครื่องเพื่อให้ทันไฟเขียว และเป็นจังหวะเดียวกับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ได้ฝ่าสัญญาณไฟมาชนรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์เข้าอย่างจัง ทำให้ร่างของนายกิตติโชคกระเด็นจากจุดที่ชนลอยตกลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรงเป็นเหตุให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนคนขับรถยนต์คันก่อเหตุได้เปิดประตูรถลงมาแล้วเดินหนีออกจากที่เกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว201612161134594-20041022171637นายวิรัช เทพสกุล อายุ 49 ปี พ่อตาของนายกิตติโชค ผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายกิตติโชคกับภรรยา ซึ่งเป็นลูกสาวของตนอยู่กันที่บ้าน โดยนายกิตติโชคได้กล่อมลูกน้อยให้นอนหลับ เพราะว่าลูกติดนายกิตติโชคมาก ซึ่งก่อนจะออกไปไหนต้องกล่อมลูกให้นอนหลับเสียก่อน หลังจากลูกหลับเรียบร้อยแล้ว นายกิตติโชคและภรรยาได้พากันเดินทางไปบ้านที่หมู่บ้านเอื้ออาทรพลายชุมพล โดยภรรยาได้ขับรถยนต์ออกไปก่อน ส่วนนายกิตติโชครอกล่อมลูกให้หลับแล้วขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ตามหลังมา กระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

สำหรับสาเหตุของการเกิดเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบทะเบียนรถ เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุครั้งนี้มาทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพ ก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป201612161134597-20041022171637201612161134598-20041022171637201612161134599-20041022171637201612161134593-20041022171637

ที่มา>>>ข่าวสด

สลดหนุ่มการบินไทย เลิกงานขี่ จยย. กลับห้องพัก ชนต้นไม้คอหัก บนถนนรอบสนามบิน

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 12 ธ.ค. พ.ต.ท.สมชาติ มณีรัตน์ สว.เวร สภ.สุวรรณภูมิ สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่การท่า และมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบสภาพศพ นายกริชไกรฤกษ์ มนตรา อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นพนักงานฝ่ายอุปกรณ์ภาคพื้น บมจ.การบินไทย นอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างต้นไม้ข้างทางในสภาพคอหัก ศีรษะแตก ใกล้กันพบหมวกกันน็อกครึ่งใบตกหล่นอยู่ ส่วนรถจักรยานยนต์ พบกระเด็นตกลงไปในคูน้ำข้างทาง เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สี ฟ้า หมายเลขทะเบียน 2 กฮ 1443 กทม

เบื้องต้นจากการสอบถามเจ้าหน้าที่สายตรวจการท่า ระบุว่า ขณะกำลังลาดตะเวนอยู่นั้นมีรถจักรยานยนต์พลเมืองดีมาแจ้งว่า มีชายนอนอยู่ข้างทางจึงมาตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่าผู้เสียชีวิตเพิ่งเลิกงานออกมาและกำลังจะกลับห้องพักโดยขับรถมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงทีเกิดเหตุอาจหลับในจนรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันและจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้งว่าเกิดเหตุอย่างไร

ที่มา>>>ข่าวสด

พังเละคาถนน กระบะลื่นไถลพุ่งชนจยย.ยับทั้งคัน สาวกำลังไปทำงานดับสยอง

เวลา 07.30 น. วันที่ 9 ธ.ค. พ.ต.ท.สุคนธ์ รัสเอี่ยม รอง.ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนบายพาสเลี่ยงเมือง หมู่ 1 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ แพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บร 877 กาญจนบุรี สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ข-080 กาญจนบุรี สภาพพังยับเยิน

ที่เกิดเหตุ พบศพ นางสาวมัชชฎา สิงคิวิรัตน์ อายุ 32 ปี อยู่ หมู่ 1 ต.ม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สภาพนอนคว่ำ ใส่เสื้อแขนยาวสีดำ กระโปรงสีดำ ขาซ้ายหัก ศีรษะแตก เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ นำส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา201612090821594-20041021114617จากการสอบสวน นายกนกพล แสงขำ อายุ 19 ปี คนขับรถ อยู่หมู่ 6 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ทราบว่า ตนได้ขับรถยนต์กระบะไปขายปลาที่ตลาดลาดหญ้าเมื่อตอนเช้าและตนเองได้ลืมของไว้ที่บ้านจึงขับรถยนต์กลับมาเอาของ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งฝั่งตรงข้ามมีการก่อสร้างถนน รถยนต์ได้เกิดเสียหลักลื่นไถลพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ขับสวนมาทำให้เสียชีวิต201612090821591-20041021114617สำหรับนางสาวมัชชฎา สิงคิวิรัตน์ ผู้ตายทราบว่า ขณะเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์เพื่อไปทำงานที่ เมืองมัลลิกา ซึ่งเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อำเภอไทรโยค แต่ยังไม่ถึงที่ทำงาน มาถูกรถชนเสียชีวิตดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมายคนขับรถกระบะ พร้อมให้ญาตินำศพผู้เสียชีวิตเพื่อไปบำเพ็ญกุศลต่อไป201612090821592-20041021114617

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดสลด! สาวท้องอ่อนทะเลาะสามีน้อยใจหนักใช้สายไฟผูกคอดับ

กลางดึกที่ผ่านมา (5ธ.ค.59) พ.ต.ท.ณธพัฒ ภัคนนท์ปกรณ์ สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ได้รับแจ้งมีผู้ผูกคอตัวเองเสียชีวิต เหตุเกิดภายในห้องเช่าไม่มีชื่อ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานอาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 และรถพยาบาลโรงพยาบาลโคราชเมโมเรียล รุดไปให้ความช่วยเหลือ ในที่เกิดเหตุ เป็นห้องแถวเช่า ห้องที่ 5 ภายในห้องพัก ด้านหลัง อยู่หน้าห้องน้ำ พบร่าง น.ส.ลัดดาวรรณ ชื่นชม อายุ 23 ปี ชาว ต.บึงเกลือ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด สภาพใช้สายไฟฟ้าผูกคอตัวเองกับขื่อห้องน้ำ ไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันปั๊มหัวใจก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

จากการสอบถาม นายนิพันธ์ เงินกลม อายุ 28 ปี แฟนหนุ่ม ทราบว่า ตนและ น.ส.ลัดดา ได้อยู่กินฉันสามีภรรยามานานหลายปี โดยก่อนหน้านี้ แฟนสาวได้ตั้งครรภ์ประมาณ 2 เดือน แต่ตนและ น.ส.ลัดดา ก็ยังมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำเกือบทุกวัน และช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตนก็ได้มีปากเสียงทะเลาะกับแฟนสาวอีก โดยหลังจากทะเลาะกันตนได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปข้างนอก นานเกือบ 20 นาที ปล่อยให้แฟนสาวอยู่ในห้องเพียงลำพัง จากนั้นได้กลับมาและเปิดประตูห้องเข้าไป ก่อนจะตกใจเมื่อพบว่าแฟนสาว ใช้สายไฟฟ้าเก่าที่ขาด ผูกคอตัวเองแล้ว จึงรีบร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่พักอาศัยอยู่ใกล้กันให้มาช่วยปลดเชือกออกจากคอ ก่อนจะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่เบื้องต้นพบว่า น.ส.ลัดดา ขาดอากาศหายใจเป็นเวลา ทำให้เสียชีวิตทั้งลูกในครรภ์ด้วย เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งซิ่งเสยจยย. หนุ่มใหญ่ร่างฟาดกระจกเลือดสาดดับสยองต่อหน้าคนขับ ทั้งคน-รถกระเด็นลอย

เมื่อเวลา 02.25 น. วันที่ 28 ต.ค. ร.ต.ท.พายัพ รุ่งหัวไผ่ รองสารวัตรสอบสวน สภ.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.โคกสำโรงว่า มีอุบัติเหตุ รถยนต์เก๋งชนจักรยานยนต์ หน้าวัดสะพานจันทน์ ถ.พหลโยธิน หลักกิโลเมตรที่ 175-176 หมู่ที่ 6 ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ. ลพบุรี มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จำนวน 1 ราย รองสารวัตรสอบสวน จึงได้ประสานแพทย์เวรฉุกเฉิน รพ.โคกสำโรง ลูกข่ายสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ เดินทางไปตรวจสอบ201610280804494-20151201143204ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน กง-6201 อ่างทอง ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน กระจกแตกร้าวเป็นรู มีรอยเลือดติดอยู่ที่กระจก ได้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน กบว-582 ลพบุรี ซึ่งกระเด็นตกลงข้างทาง ใกล้ที่เกิดเหตุพบศพนายสะอาด กุลน้อย อายุ 53 ปี อยู่ ม.4 ต.หนองทรายขาว อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี นอนหงายเสียชีวิตอยู่กลางถนนในสภาพร่างแหลก201610280804491-20151201143204จากการสอบสวนทราบว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุ มีฝนตกลงมาเล็กน้อย ประกอบกับเส้นทางดังกล่าวมืดสนิท ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า รถจักรยานยนต์ ที่มีนายสะอาด ขับมาได้ข้ามถนนมาอีกฝั่ง ซึ่งเป็นจังหวะที่รถเก๋งขับมาด้วยความเร็วสูง ซึ่งพยายามจะหักหลบ จักรยานยนต์ก็จะหักหลบเช่นกัน แต่หลบมาในช่องทางเดียวกัน รถเก๋งไม่สามารถจะหยุดรถได้ทัน จึงได้พุ่งชนอย่างจัง ผู้ตายร่างฟาดกระแทกกระจกเป็นรูเกือบทะลุ จนรถและคนกระเด็นไปคนละทาง เสียชีวิตคาที่ ร้อยเวรสอบสวนได้นำร่างผู้เสียชีวิต ส่ง รพ.โคกสำโรง เพื่อพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนที่จะได้ควบคุมตัวคนขับรถเก๋ง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิต

ที่มา>>>ข่าวสด