สี่หนุ่มสาวสาหัสเกลื่อน!! สลบคาถนน ขับรถกลับบ้าน วัวท้องแก่โผล่จากความมืด ชนกระเด็น

วันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเที่ยงคืนกว่าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนวัว บนถนนสายจรัญยานนท์ มุ่งหน้าหอมศีล  หมู่ที่ 3 ต.หอมศีล อ.บางปะกง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย หลังรับแจ้งเหตุแล้ว ร.ต.ท.ณชพล สังขะวิไล รองสารวัตรสอบสวนฯ พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ได้รีบเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บนอนหมดสติอยู่เกลื่อนถนน ทราบชื่อ คือ นายมาโนชญ์ สวยลึก อายุ 21 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กมว 450 ฉะเชิงเทรา และ น.ส.จิตตรี ศรีพัด อายุ 20 ปี นั่งซ้อนท้าย ใกล้กันพบ นายอำนาจ ส่งศรี อายุ 20 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-ฟ้า ทะเบียน ลบก 191 ชลบุรี และ นายอรรถพร ด้วงเงิน อายุ 16 ปี ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บหมดสติ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะกงและจุฬารัตน์ 11 โดยคู่กรณีเป็นวัวเพศเมีย สีน้ำตาล ซึ่งท้องแก่ นั่งหลบอยู่ข้างทางหลังถูกชนจนได้รับบาดเจ็บ
เบื้องต้นสอบถามนายอำนาจให้การว่า ขณะที่รถทั้งสองคันกำลังวิ่งมาตามถนนเพื่อกลับบ้าน จู่ๆ ก็มีวัวตัวดังกล่าวเดินฝ่าความมืดออกมาจากข้างทาง ทำให้รถทั้งสองคันเบรกไม่ทันจึงชนวัวเข้าเต็มแรง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งตรวจสอบต่อไปว่า วัวตัวดังกล่าวเป็นของใคร และหลุดออกมาเดินบนถนนในเวลากลางคืนลักษณะนี้ได้อย่างไรต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชื่นชมฮีโร่นอกจอ ‘เด่นคุณ’ พระเอกดังช่อง 3 ช่วยหญิงสาวประสบอุบัติเหตุกลางถนน

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณปากซอยลาดพร้าววังหิน ซอย 7 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้หญิง 1 รายซึ่งขณะนั้นพระเอกหนุ่ม ‘เด่นคุณ งามเนตร’ ซึ่งกำลังมีผลงาน ดาวหลงฟ้าภูผาสีเงิน ทางช่อง 3 ได้นั่งทานข้าวอยู่บริเวณนั้นพอดี และเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงรีบลุกจากโต๊ะอาหารเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้บาดเจ็บทันที ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล ท่ามกลางเสียงชื่มชนว่าเป็นพระเอกทั้งในจอและนอกจอของประชาชนที่พบเห็น

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดสลด!! พ่อกล่อมลูกหลับ แล้วขี่บิ๊กไบก์ออกจากบ้านถูกตีนผีซิ่งฝ่าไฟแดงชนเละ เมียร่ำไห้ใจจะขาด เศร้าลูกติดพ่อมาก

พ่อลูกอ่อนกล่อมลูกวัย 2 ขวบนอนหลับ ก่อนขับบิ๊กไบก์ตามเมียออกจากบ้าน สลดเจอรถฟอร์จูนเนอร์ฝ่าไฟแดง พุ่งชนกระเด็นดับคาที่ คนขับหลบหนี เมียเห็นศพถึงกับเข่าทรุดร้องไห้โฮ

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.มนัส แก้วจินดาคำ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ถูกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลชนที่บริเวณ สี่แยกบายพาสบ้านกร่าง ถ.พิษณุโลก–สุโขทัย ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยหน่วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน201612161134596-20041022171637ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังมุงดูจุดเกิดเหตุกันเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบพบรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กต 8151 พิษณุโลก ด้านหน้ามีร่องรอยการชนอย่างแรงสภาพพังยับเยิน ส่วนคนขับรถยนต์คันดังกล่าวได้อาศัยช่วงชุลมุนหลังเกิดเหตุหลบหนีไป201612161134592-20041022171637บริเวณด้านหน้ารถฟอร์จูนเนอร์พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ ยี่ห้อ Benelli สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กง 4389 พิษณุโลก สภาพพังยับเยินเศษซากกระจายเกลื่อนถนน ล้อด้านหน้าหลุดแยกออกจากตัวรถ ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร มีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นายกิตติโชค ผลชล อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/2 ม.3 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาล เสื้อยืดกีฬาด้านใน กางเกงขายาวสีน้ำตาล ศีรษะแตกมีเลือดไหลเป็นจำนวนมาก กระดูกหักหลายแห่ง เสียชีวิตคาที่ในที่เกิดเหตุ โดยมีภรรยาสาวของนายกิตติโชค เดินทางมาที่เกิดเหตุและร้องไห้ตลอดเวลา เพราะผู้ตายมีลูกน้อยด้วยกัน อายุเพิ่ง 2 ขวบ และลูกนั้นติดพ่ออย่างมาก201612161134595-20041022171637จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า ตนขี่รถตามจักรยานยนต์บิ๊กไบก์คันดังกล่าวมุ่งหน้าเข้าเมืองพิษณุโลก จนมาถึงที่เกิดเหตุเป็นจังหวะที่ไฟสัญญาณฝั่งที่ตนขับขี่มาเป็นไฟเขียว รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์จึงเร่งเครื่องเพื่อให้ทันไฟเขียว และเป็นจังหวะเดียวกับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ได้ฝ่าสัญญาณไฟมาชนรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์เข้าอย่างจัง ทำให้ร่างของนายกิตติโชคกระเด็นจากจุดที่ชนลอยตกลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรงเป็นเหตุให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนคนขับรถยนต์คันก่อเหตุได้เปิดประตูรถลงมาแล้วเดินหนีออกจากที่เกิดเหตุไปอย่างรวดเร็ว201612161134594-20041022171637นายวิรัช เทพสกุล อายุ 49 ปี พ่อตาของนายกิตติโชค ผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายกิตติโชคกับภรรยา ซึ่งเป็นลูกสาวของตนอยู่กันที่บ้าน โดยนายกิตติโชคได้กล่อมลูกน้อยให้นอนหลับ เพราะว่าลูกติดนายกิตติโชคมาก ซึ่งก่อนจะออกไปไหนต้องกล่อมลูกให้นอนหลับเสียก่อน หลังจากลูกหลับเรียบร้อยแล้ว นายกิตติโชคและภรรยาได้พากันเดินทางไปบ้านที่หมู่บ้านเอื้ออาทรพลายชุมพล โดยภรรยาได้ขับรถยนต์ออกไปก่อน ส่วนนายกิตติโชครอกล่อมลูกให้หลับแล้วขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ตามหลังมา กระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

สำหรับสาเหตุของการเกิดเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนผู้ที่เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบทะเบียนรถ เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุครั้งนี้มาทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำส่งนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพ ก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป201612161134597-20041022171637201612161134598-20041022171637201612161134599-20041022171637201612161134593-20041022171637

ที่มา>>>ข่าวสด

สลดหนุ่มการบินไทย เลิกงานขี่ จยย. กลับห้องพัก ชนต้นไม้คอหัก บนถนนรอบสนามบิน

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 12 ธ.ค. พ.ต.ท.สมชาติ มณีรัตน์ สว.เวร สภ.สุวรรณภูมิ สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่การท่า และมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบสภาพศพ นายกริชไกรฤกษ์ มนตรา อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นพนักงานฝ่ายอุปกรณ์ภาคพื้น บมจ.การบินไทย นอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างต้นไม้ข้างทางในสภาพคอหัก ศีรษะแตก ใกล้กันพบหมวกกันน็อกครึ่งใบตกหล่นอยู่ ส่วนรถจักรยานยนต์ พบกระเด็นตกลงไปในคูน้ำข้างทาง เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สี ฟ้า หมายเลขทะเบียน 2 กฮ 1443 กทม

เบื้องต้นจากการสอบถามเจ้าหน้าที่สายตรวจการท่า ระบุว่า ขณะกำลังลาดตะเวนอยู่นั้นมีรถจักรยานยนต์พลเมืองดีมาแจ้งว่า มีชายนอนอยู่ข้างทางจึงมาตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่าผู้เสียชีวิตเพิ่งเลิกงานออกมาและกำลังจะกลับห้องพักโดยขับรถมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงทีเกิดเหตุอาจหลับในจนรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ดังกล่าว อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันและจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้งว่าเกิดเหตุอย่างไร

ที่มา>>>ข่าวสด

พังเละคาถนน กระบะลื่นไถลพุ่งชนจยย.ยับทั้งคัน สาวกำลังไปทำงานดับสยอง

เวลา 07.30 น. วันที่ 9 ธ.ค. พ.ต.ท.สุคนธ์ รัสเอี่ยม รอง.ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนบายพาสเลี่ยงเมือง หมู่ 1 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ แพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา รุดไปยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บร 877 กาญจนบุรี สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ข-080 กาญจนบุรี สภาพพังยับเยิน

ที่เกิดเหตุ พบศพ นางสาวมัชชฎา สิงคิวิรัตน์ อายุ 32 ปี อยู่ หมู่ 1 ต.ม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สภาพนอนคว่ำ ใส่เสื้อแขนยาวสีดำ กระโปรงสีดำ ขาซ้ายหัก ศีรษะแตก เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ นำส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา201612090821594-20041021114617จากการสอบสวน นายกนกพล แสงขำ อายุ 19 ปี คนขับรถ อยู่หมู่ 6 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ทราบว่า ตนได้ขับรถยนต์กระบะไปขายปลาที่ตลาดลาดหญ้าเมื่อตอนเช้าและตนเองได้ลืมของไว้ที่บ้านจึงขับรถยนต์กลับมาเอาของ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งฝั่งตรงข้ามมีการก่อสร้างถนน รถยนต์ได้เกิดเสียหลักลื่นไถลพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่ขับสวนมาทำให้เสียชีวิต201612090821591-20041021114617สำหรับนางสาวมัชชฎา สิงคิวิรัตน์ ผู้ตายทราบว่า ขณะเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์เพื่อไปทำงานที่ เมืองมัลลิกา ซึ่งเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อำเภอไทรโยค แต่ยังไม่ถึงที่ทำงาน มาถูกรถชนเสียชีวิตดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมายคนขับรถกระบะ พร้อมให้ญาตินำศพผู้เสียชีวิตเพื่อไปบำเพ็ญกุศลต่อไป201612090821592-20041021114617

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดสลด! สาวท้องอ่อนทะเลาะสามีน้อยใจหนักใช้สายไฟผูกคอดับ

กลางดึกที่ผ่านมา (5ธ.ค.59) พ.ต.ท.ณธพัฒ ภัคนนท์ปกรณ์ สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ได้รับแจ้งมีผู้ผูกคอตัวเองเสียชีวิต เหตุเกิดภายในห้องเช่าไม่มีชื่อ ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมประสานอาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 และรถพยาบาลโรงพยาบาลโคราชเมโมเรียล รุดไปให้ความช่วยเหลือ ในที่เกิดเหตุ เป็นห้องแถวเช่า ห้องที่ 5 ภายในห้องพัก ด้านหลัง อยู่หน้าห้องน้ำ พบร่าง น.ส.ลัดดาวรรณ ชื่นชม อายุ 23 ปี ชาว ต.บึงเกลือ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด สภาพใช้สายไฟฟ้าผูกคอตัวเองกับขื่อห้องน้ำ ไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องช่วยกันปั๊มหัวใจก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

จากการสอบถาม นายนิพันธ์ เงินกลม อายุ 28 ปี แฟนหนุ่ม ทราบว่า ตนและ น.ส.ลัดดา ได้อยู่กินฉันสามีภรรยามานานหลายปี โดยก่อนหน้านี้ แฟนสาวได้ตั้งครรภ์ประมาณ 2 เดือน แต่ตนและ น.ส.ลัดดา ก็ยังมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำเกือบทุกวัน และช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ตนก็ได้มีปากเสียงทะเลาะกับแฟนสาวอีก โดยหลังจากทะเลาะกันตนได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปข้างนอก นานเกือบ 20 นาที ปล่อยให้แฟนสาวอยู่ในห้องเพียงลำพัง จากนั้นได้กลับมาและเปิดประตูห้องเข้าไป ก่อนจะตกใจเมื่อพบว่าแฟนสาว ใช้สายไฟฟ้าเก่าที่ขาด ผูกคอตัวเองแล้ว จึงรีบร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่พักอาศัยอยู่ใกล้กันให้มาช่วยปลดเชือกออกจากคอ ก่อนจะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่เบื้องต้นพบว่า น.ส.ลัดดา ขาดอากาศหายใจเป็นเวลา ทำให้เสียชีวิตทั้งลูกในครรภ์ด้วย เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เก๋งซิ่งเสยจยย. หนุ่มใหญ่ร่างฟาดกระจกเลือดสาดดับสยองต่อหน้าคนขับ ทั้งคน-รถกระเด็นลอย

เมื่อเวลา 02.25 น. วันที่ 28 ต.ค. ร.ต.ท.พายัพ รุ่งหัวไผ่ รองสารวัตรสอบสวน สภ.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.โคกสำโรงว่า มีอุบัติเหตุ รถยนต์เก๋งชนจักรยานยนต์ หน้าวัดสะพานจันทน์ ถ.พหลโยธิน หลักกิโลเมตรที่ 175-176 หมู่ที่ 6 ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ. ลพบุรี มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จำนวน 1 ราย รองสารวัตรสอบสวน จึงได้ประสานแพทย์เวรฉุกเฉิน รพ.โคกสำโรง ลูกข่ายสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ เดินทางไปตรวจสอบ201610280804494-20151201143204ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน กง-6201 อ่างทอง ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน กระจกแตกร้าวเป็นรู มีรอยเลือดติดอยู่ที่กระจก ได้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน กบว-582 ลพบุรี ซึ่งกระเด็นตกลงข้างทาง ใกล้ที่เกิดเหตุพบศพนายสะอาด กุลน้อย อายุ 53 ปี อยู่ ม.4 ต.หนองทรายขาว อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี นอนหงายเสียชีวิตอยู่กลางถนนในสภาพร่างแหลก201610280804491-20151201143204จากการสอบสวนทราบว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุ มีฝนตกลงมาเล็กน้อย ประกอบกับเส้นทางดังกล่าวมืดสนิท ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า รถจักรยานยนต์ ที่มีนายสะอาด ขับมาได้ข้ามถนนมาอีกฝั่ง ซึ่งเป็นจังหวะที่รถเก๋งขับมาด้วยความเร็วสูง ซึ่งพยายามจะหักหลบ จักรยานยนต์ก็จะหักหลบเช่นกัน แต่หลบมาในช่องทางเดียวกัน รถเก๋งไม่สามารถจะหยุดรถได้ทัน จึงได้พุ่งชนอย่างจัง ผู้ตายร่างฟาดกระแทกกระจกเป็นรูเกือบทะลุ จนรถและคนกระเด็นไปคนละทาง เสียชีวิตคาที่ ร้อยเวรสอบสวนได้นำร่างผู้เสียชีวิต ส่ง รพ.โคกสำโรง เพื่อพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนที่จะได้ควบคุมตัวคนขับรถเก๋ง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิต

ที่มา>>>ข่าวสด

รถพ่วง!!ลื่นไถลฟาดจยย. อย่างจัง สาวใหญ่รอดตายเฉียดฉิว!

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ร.ต.อ.ดำรงเกียรติ แก้วขาว รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สะเดา จ.สงขลา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงลื่นไถลไปฟาดกับรถจักรยานยนต์ บนสะพานพรวน ถนนกาญจนวนิช ฝั่งขาออกจากด่านพรมแดนสะเดา หมู่ 2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ส่วนหัวทะเบียน AEU 7611 มาเลเซีย ส่วนหาง ทะเบียน 71-0885 สงขลา201610052133501-20041020085649สภาพส่วนหัวไปทาง ส่วนบรรทุกพ่วงไปทางขวางถนน ใต้ท้องรถมีรถจักรยานยนต์ซูซูกิ หมายเลขทะเบียน ครน 960 สงขลา ติดคาอยู่ ส่วนผู้ขับขี่ เป็นผู้หญิงวัยกลางคน ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ขาซ้ายหัก 2 ท่อน ศีรษะแตก หน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลสำนักขาม นำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว201610052133504-20041020085649จากการสอบสวนคนขับรถบรรทุกชาวมาเลเซีย ที่ยืนรอมอบตัวอยู่ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังขับรถพ่วงไปรับสินค้าที่โรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้แตะเบรกชะลอรถ แต่ปรากฏว่าตัวรถได้หมุนคว้างกลางถนน แล้วไปฟาดกับรถจักรยานยนต์ที่มีผู้หญิงขับขี่อยู่ริมถนนจนล้มลงแล้วเข้าไปติดอยู่ใต้ท้องรถ โชคดีที่ไม่ถูกล้อรถพ่วงเหยียบซ้ำ ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากสภาพถนนลื่นเนื่องจากมีฝนตกลงมา201610052133506-20041020085649เบื้องต้นทาง ร.ต.อ.ดำรงเกียรติ ได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มโพสต์วอนเห็นใจ โดนตร.ถีบจยย.ล้มจนบาดเจ็บ ผกก.โต้ทันทีเมาแล้วขับแหกด่าน

แชร์ว่อน หนุ่มโพสต์ร้องทุกข์โดนตำรวจตั้งด่านถีบขยย.ล้มจนบาดเจ็บสาหัส โดยผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ โบโบ้ ซัง ได้โพสต์งว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อโบ้ ผมอยากจะร้องขอความเป็นธรรม ให้ทุกคนได้รับรู้ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดมาก ก็ผมขับรถไปเจอด่านสภ…….เวลา 01.00 น.กว่าคับ ผมไปส่งเพื่อนกลับบ้าน ผมเห็นด่าน แต่จอดไม่ทัน โดนตำรวจถีบจนล้ม อาการสาหัส ไหปลาร้าหัก แขนหัก แต่เพื่อนของผม ไม่ทราบว่าเค้าทำอะไรผิด เค้าได้หนีไป ซึ่งผมเองไม่ได้รู้เรื่องอะไร ผมกับโดนจับเมาแล้วขับ14407731_10210161706057438_2103586985_nแต่ผมทราบดีว่าผมผิด ผมไม่ได้ทำผิดถึงกับฆ่าคนตาย ผมลุกขึ้นไม่ไหว ตำรวจได้เตะผมและสั่งให้ผมยกรถขึ้น แต่ผมลุกไม่ขึ้น ตำรวจพาไปโรงบาลเอกชนที่แพงผมไม่มีเงินจะเสีย หมอบอกให้ผมไปหาโรงบาลรัฐบาล จะได้เสียน้อยหน่อย แต่ตำรวจกับพาผมไปโรงพักแทน และเรียกเงินผม 15,000 ให้มาประกันในโรงพัก ซึ่งพี่สาวผมหาไม่ได้ แต่ขอให้พาผมไปโรงบาลก่อน
แต่ตำรวจไม่ยอมแล้วจับผมส่งพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนบอกว่าอำนาจอยู่กับคนจับ ไม่ยอมให้กับผมไปหาหมอ ผมปวดมาก ผมเป็นคนไม่ใช่สัตว์ ผมไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยอยากจะให้ทุกคน ช่วยกันแชร์ให้ ประชาชนทุกคนได้รับรู้ ตำรวจ…. ทำกับผมแบบนี้ (คำพูดทั้งหมดผมสาบานได้ ว่าเป็นคำพูดสัจจริง)”

ด้าน พ.ต.อ.อริยะ พันธ์ฟัก ผกก.สภ. ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุได้สั่งให้พ.ต.ท.ปฏิพล ดิษสลุง ตั้งด่านตรวจความหมั่นคงและความปลอดภัยบริเวณโค้งทางที่จะแยกไปสระบุรี ระหว่างนั้นผู้โพสข้อความได้ขับรถจักรยานยนต์คันเล็กๆ มากัน 2 คน โดยทั้งสองคนเมาแอ๋กันมาทั้งคู่ และได้เล่นพิเรนทร์โดยให้คนซ่อนท้ายเป็นคนจับแฮนรถและบิดคันเร่งทำหน้าที่แทนคนขับ พอมาถึงที่บริเวณจุดตั้งด่านตรวจเจ้าที่ตำรวจก็ได้เรียกจอด ในขณะนั้นมีรถกระบะจอดอยู่ด้านหน้า 1 คัน ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจเหมือนกัน

ผู้โพสต์ข้อความได้บิดคันเร่งแหกด่านตรวจพอหลุดจากตำรวจรถจักรยานยนต์ก็จะพุ่งไปชนคนขับรถกระบะที่ถูกตำรวจเรียกลงมาตรวจข้างรถ พอคนขับรถกระบะที่ยืนคุยอยู่กับตำรวจเห็นรถจักรยานยนต์พุ่งเข้ามา จึงได้กระโดดเอาเท้าถีบผู้เสียหายจนรถจักรยานยนต์ล้มลง หลังจากผู้เสียหายรถจักรยานยนต์ล้มลง เพื่อนผู้เสียหายที่เป็นคนบิดคันเร่งได้วิ่งหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ทางเจ้าที่ตำรวจได้ตามจับตัวมาได้ ค้นตัวไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงได้แจ้งรถกู้ชีพมารับตัวผู้บาดเจ็บส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเปาโล ซึ่งผู้บาดเจ็บที่เป็นคนโพสต์ข้อความยังได้บอกยอมรับกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผมบอกกับเพื่อนผมแล้วว่าอย่าบิด อย่าบิด แต่เพื่อนผมไม่ฟังจนทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น และในบริเวณที่เกิดเหตุยังมีวินรถจักรยานยนตร์รับจ้าง เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดว่าทางเจ้าที่ตำรวจไม่ได้มีการซ้อมหรือทำร้ายผู้บาดเจ็บตามที่โพสซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมา 2-3 วันแล้ว
พ.ต.อ.อริยะยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการซ้อมผู้เสียหายตามที่ผู้เสียหายโพสต์แต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวของผู้บาดเจ็บที่โพสต์แบบนั้น มีความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ เพราะทำให้ชื่อเสียงของตำรวจเสียหาย

ที่มา>>>ข่าวสด

ดญ.วัย13ไปเยี่ยมเพื่อนที่รพ. เจอรปภ.ปล้ำ พอไปแจ้งความ กลับโดนสตท.ลวนลามซ้ำ

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานจากญาติพี่น้องได้พาดญ.เอ (นามสมมติ) วัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอประจันตคาม ว่าได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่สภ.เมืองปราจีนบุรี ขอให้ผู้สื่อข่าวมาทำข่าวดญ.เอถูกคนร้ายขืนใจ เนื่องจากเกรงว่าคดีนี้จะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้ต้องหา 2 คนนั้น คน 1 เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อีกคนเป็นรปภ.ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่สภ.เมืองปราจีนบุรี พบดญ.เอ อายุ 13  ปี กำลังให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนว่า ในช่วงค่ำที่ผ่านมา ตนได้ไปเยี่ยมเพื่อนและจะนอนเฝ้าที่โรงพยาบาลดังกล่าว หลังจากที่เข้าไปเยี่ยมและพูดคุยกับเพื่อน จึงได้ออกมาเดินเล่นที่บริเวณลานจอดรถของโรงพยาบาล ช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณ 3 ทุ่มพบกับนายพรหม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี เป็นยามรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลเข้ามาพูดคุยด้วย พร้อมทั้งสอบถามตนว่าคืนนี้จะไปนอนไหน และชักชวนให้ไปนอนที่บ้านของยาม
ด.ญ.เอให้การว่า ตนเห็นว่ายามคนดังกล่าวเคยพูดคุยกับเพื่อนรุ่นพี่จึงเชื่อใจ และเห็นว่าอายุมากแล้ว จึงได้ไปนอนที่บ้านของยามอยู่ที่ตำบลดงพระราม โดยนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปที่บ้าน  เมื่อไปถึงที่บ้านพักยามได้อุ้มตัวตนเองเข้าไปในห้องนอน พยายามจะลวนลาม ด้วยความกลัวได้วิ่งหนีออกมาจากบ้าน จนออกมาพบผู้ช่วยกำนัน ได้โทรศัพท์แจ้งให้ตำรวจมารับตนไปที่สภ.เมืองปราจีนบุรี
ด.ญ.เอกล่าวว่า เมื่อมาถึงที่โรงพัก เป็นเวลาตี 3 เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจให้ตนอยู่บนโรงพักก่อน เพื่อกลับบ้านในตอนเช้า ปรากฏว่ามีตำรวจคนหนึ่งทราบว่ายศส.ต.ท.ชื่อพัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) ได้มาแจ้งให้ตนเองทราบว่าในโรงพัก ไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปมานอนพักได้ จึงชักชวนให้ไปนอนที่ห้องพักของส.ต.ท.คนดังกล่าวบนแฟลตเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยความเชื่อใจเพราะเห็นเป็นตำรวจ จึงยอมเดินทางไปที่ห้องพักชั้น 5
เมื่อเข้าไปในห้อง ตำรวจคนดังกล่าวบอกว่าต้องออกไปด้านนอก พร้อมหยิบยาเม็ดเล็กสีเหลืองจำนวน 4 เม็ดมาให้ตนกิน ก่อนที่จะออกไปนอกห้อง ตนกลัวว่ายาดังกล่าวจะไม่ปลอดภัยสำหรับตน จึงได้นำยาซุกไว้ใต้หมอน จนกระทั่งเวลา 6 โมงเช้า ส.ต.ท.คนดังกล่าวได้กลับเข้ามาที่ห้องพัก เปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และมานอนข้างตน พร้อมทั้งถามว่าได้กินยาที่ให้แล้วหรือยัง ตนจึงตอบว่ากินแล้ว ส.ต.ท.เริ่มเข้ามาลวนลาม ด้วยความกลัวจึงร้องให้คนช่วย ส.ต.ท.ใช้ปากจูบตน ตนจึงกัดที่ริมฝีปาก ก่อนวิ่งหนีออกนอกห้อง มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจห้องข้างเคียงช่วยเหลือ พร้อมแจ้งญาติพาตัวแจ้งให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและยาม
หลังจากรับแจ้งพนักงานสอบสวน จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปจับกุมตัวยามได้ที่โรงพยาบาลเกิดเหตุมาสอบปากคำ ส่วนส.ต.ท.พัฒน์นั้นตำรวจติดตามตัวยังไม่พบ ทราบเพียงว่าอยู่นอกพื้นที่ ส่วนเด็กหญิงบีทางพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวไปให้แพทย์ทำการพิสูจน์ร่องรอยของการล่วงละเมิดทางเพศ รวมทั้งยาของกลางที่เด็กอ้างว่าได้รับมาจากส.ต.ท.ว่าเป็นยาอะไร ซึ่งคาดว่าผลการตรวจสอบจะทราบผลภายใน 5 วัน
ที่มา>>>ข่าวสด