ชาวเน็ตแห่อาลัย “ภาพถ่ายสุดท้าย” ก่อนรถทัวร์ดิ่งเหวตายหมู่ 18 ศพ

จากกรณีอุบัติเหตุสุดสลด รถทัวร์ผู้เกษียณอายุของ บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด มหาชน จากกรุงเทพฯ เดินทางไปท่องเที่ยวในภาคเหนือ เสียหลักตกเหวที่เขาพลึง จ.อุตรดิตถ์ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 18 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 20 ราย15193691_1279849382036742_4009338447458931635_n-696x392-copyผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้มีการแชร์ภาพของคณะผู้เกษียณอายุ ที่มีการถ่ายรูปหมู่ ขณะไปท่องเที่ยวกันในครั้งนี้ ก่อนรถทัวร์ตกเหว สร้างความเศร้าสะเทือนใจกับผู้พบเห็น15069056_1279849285370085_2636885492048413027_o-696x522โดยมีคนเข้าไปแสดงความเสียใจจำนวนมาก อาทิ “ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกท่านนะคะ และขอให้พี่ๆที่ปลอดภัยแข็งแรงในเร็ววันค่ะสู้ๆนะค่ะ”, “ขนลุกเลยคะ ขอเสียความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างสุดซึ้งคะ”, “ภาพสุดท้ายนี้เป็นภาพที่สะเทือนใจที่สุด ขอเเสดงความเสียใจด้วยนะคะ”%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%88-horz-451x420

ที่มา>>>ข่าวสด

รถทัวร์ซิ่งเบียดแท็กซี่ กระโปรงเปิดฟาดกระจกหน้ากระจาย ลงมาฟันกันเลือดอาบ!!

 เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 2 ส.ค. เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งให้ตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธมีดฟันบริเวณใบหน้า ภายในปั๊มปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต ด้านขาเข้าก่อนถึงแยกหลักสี่ จึงนำกำลังรุดเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณหัวจ่ายก๊าซเอ็นจีวี ภายในปั๊มน้ำมันดังกล่าว พบรถแท็กซี่สาธารณะสีแดง ทะเบียนป้ายเหลือง มฉ 6822 กรุงเทพมหานคร สภาพกระจกด้านหน้าแตกทั้งบาน ฝากระโปรงเปิดออก กระจกมองข้างหลุดทั้ง 2 ข้าง ภายในรถพบ ส.ต.วีระเดช ตันวิเศษ อายุ 65 ปี อยู่แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ คนขับรถแท็กซี่ มีบาดแผลถูกของมีคมบาดเข้าที่บริเวณใบหน้า ตั้งแต่หลังหูซ้ายยาวลงมาจนถึงคาง ยาวประมาณ 5 นิ้ว เลือดท่วมตัว เจ้าหน้าที่จึงทำการช่วยเหลือทำแผลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งรพ.ภูมิพลฯ เป็นการด่วน เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บเริ่มมีอาการช็อกเพราะเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ส.ต.วีระเดช ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถกลับมาจากการไปทำธุระที่ จ.ชัยภูมิ เมื่อมาถึงช่วง ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เวลาประมาณ 01.00 น. ขณะที่ตนกำลังขับรถอยู่บนถนนในช่องทางที่ 2 จากซ้าย มีรถทัวร์วิ่งนำหน้าอยู่ในช่องทางด้านซ้ายสุด ตนจำไม่ได้ว่าทะเบียนอะไร ซึ่งเป็นของบริษัท ภูกระดึงทัวร์ ซึ่งเป็นรถวีไอพี สีขาว ขับเบียดรถของตนจนกระจกมองข้างด้านซ้ายหลุด ซึ่งขณะเดียวกันประโปรงหน้ารถได้เปิดออก ช่วงรถที่กำลังวิ่งอยู่ ทำให้กระโปรงรถฟาดเข้ากับกระจกหน้ารถแตกกระจาย

จากนั้นตนจึงขับนำหน้าไปแล้วบอกให้คนขับรถทัวร์จอดข้างทางเพื่อลงมาพูดคุยค่าเสียหาย เมื่อรถจอด ตนและคู่กรณีซึ่งเป็นคนขับ และเด็กรถชาย 1 หญิง 1 ลงตามมาด้วย แต่พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง จากนั้นคนขับรถทัวร์ได้หยิบมีดดาบยาวประมาณ 1 ฟุต ลงมาจากรถ ก่อนจะฟันเข้าที่ใบหน้า ตนพยายามจะหลบแต่ไม่ทัน ก่อนทั้งหมดจะรีบขึ้นรถแล้วขับหลบหนีมาตามเส้นทางมุ่งหน้ากรุงเทพฯ ซึ่งตนก็ได้ติดตามมาตลอดทาง แต่เมื่อถึงถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงหลักสี่รถของตนก๊าซใกล้หมด ตนจึงแวะเพื่อที่จะเติมก๊าซ ก่อนจะออกติดตามต่อ แต่เกิดหน้ามืด เด็กปั๊มจึงช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยนำส่งรพ. ด้าน ร.ต.อ.รักเกียรติ์ ปทุมวัลย์ (รอง สว.สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้สอบสวนผู้บาดเจ็บ เนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยจำเป็นต้องนำผู้ได้รับบาดเจ็บไปส่งรพ.ก่อน เพราะคนเจ็บเสียเลือดมาก เบื้องต้นทราบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นนอกพื้นที่ซึ่งอยู่ใน ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งก็ต้องไปดูว่าที่เกิดเหตุอยู่ตรงจุดใด และเป็นพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจใด หากผู้เสียหายมาแจ้งความในส่วนของ สน.ทุ่งสองห้อง จะดำเนินการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น แต่ในเรื่องของคดีความก็ต้องให้พื้นที่ที่รับผิดชอบดูแลติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบหนุ่มหัวหมอ ฉกรถตู้จากชลบุรี ไปรับผู้โดยสารที่บึงกาฬ อ้างหาค่าน้ำมัน

ตำรวจทางหลวงบางปะกง สกัดจับหนุ่ม 35 ลักรถตู้ของบริษัทไปใช้นอกเส้นทาง แล้วไปวิ่งคิวรับส่งผู้โดยสารของบริษัทรถทัวร์ที่บึงกาฬ เอาคนมาส่งที่ กทม.และระยอง อ้างไปวนรับลูกแล้วหาค่าน้ำมันขับรถกลับ…

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 เม.ย.59 พ.ต.อ. ลือชัย นนท์ปฎิมากุล ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พ.ต.ท.จิราวุฒิ ขวัญคุ้ม สารวัตรทางหลวงฉะเชิงเทรา สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 3 บางปะกง ได้แถลงข่าวการจับกุมนายโกเมนทร์ วัฒนะแสง อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 30 หมู่ 6 ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุขโมยรถตู้ โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีบอร์น ทะเบียน ฮพ 7195 กรุงเทพมหานคร ของ บริษัทคฑาทองทรานสปอร์ต จำกัด จากจังหวัดชลบุรี ไปเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองชลบุรี ไว้แล้ว

ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวงได้รับการประสานจากนายปรากาศิทณ์ อื้อประสิทธิ์ อายุ 43 ปี ผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท ว่าตรวจพบสัญญาณจีพีเอส รถคันดังกล่าววิ่งอยู่บนทางด่วนบูรพาวิถี ช่วงบางนา วิ่งเข้าชลบุรี พ.ต.ท.จิรวุฒิ ได้วิทยุประสานรถตรวจเขตขับขึ้นไปไล่ติดตามพร้อมประสานสถานีตรวจภาคพื้นดิน ให้คอยสกัดจับหากรถตู้คันดังกล่าวขับลงจากทางด่วน จนขับไล่มาถึงทางลงด่านบางปะกง กม. 46 รถตู้คันดังกล่าวได้ขับลงไปใช้เส้นทางบางนา-ตราด แล้วจึงประสานกับตำรวจทางหลวงชลบุรี ให้ช่วยปิดถนนบางนา-ตราด ช่องคู่ขนาน ช่วง กม. 54 ทำให้ตำรวจทางหลวงจับกุมรถตู้คันได้กล่าวได้ที่ กม.53 อ.เมือง จ.ชลบุรี จากการตรวจสอบภายในรถพบเด็กผู้หญิงวัย 7 ขวบซึ่งเป็นลูกสาวของนายโกเมนทร์ และผู้โดยสารผู้หญิงอีกสองคน  อายุ 23 และ 24 ปี ซึ่งนายโกเมนท์อ้างว่า เป็นลูกสาวของภรรยา ส่วนผู้โดยสารทั้งสองคนเผยว่า ได้ซื้อตั๋วมาจากบริษัทรถทัวร์ที่ท่ารถอำเภอบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ แต่ทางท่าบอกว่า รถทัวร์หมดมีแต่รถตู้ให้เดินทางเข้า กทม. โดยขายตั๋วในราคา 700 บาท ซึ่งก็เป็นรถตู้ของนายโกเมนทร์ขับเข้าคิวโดยมีผู้โดยสารขึ้นเต็มคันบางส่วนลง กทม. ส่วนพวกตนจะลงที่ปลวกแดง จนมาถูกตำรวจจับโดยไม่ทราบว่าเป็นรถตู้เถื่อนทำให้งงว่าทางบริษัทรถทัวร์ทำไมถึงให้รถตู้เถื่อนมาวิ่งคิวรับส่งผู้โดยสารได้

ด้านนายโกเมนทร์อ้างว่า ได้มาเซ็นรับรถตู้ออกไปรับลูกสาวที่จ.บึงกาฬ หลังภรรยานั้นทิ้งลูกสาวทำให้ต้องปิดจีพีเอสแล้ววิ่งออกนอกเส้นทาง แล้วขากลับอยากจะหาค่าน้ำมันเดินทางกลับจึงเข้าไปรับคิววิ่งผู้โดยสารขาล่องกลับช่วงสงกรานต์ จนมาเปิดจีพีเอสในเขต กทม. ก่อนที่จะถูกตำรวจไล่สกัดจับดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวให้กับทางตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath