ชีวิตดังนิยาย! ลุงพิการยอดกตัญญู สานสุ่มไก่หาเงินเลี้ยงแม่ ถึงแม้จะไม่มีคนซื้อเลยก็ตาม

สมาชิกเฟซบุ๊กเพจ “นางฟ้าซาลอน” โพสต์ภาพพร้อมเล่าเรื่องราวสู้ชีวิตของ 2 แม่ลูกพิการ ที่ อ.เมือง จ.ยโสธร โดยระบุว่า ได้เดินทางไปเยี่ยม 2 แม่ลูก ซึ่งปลูกบ้านอยู่กลางทุ่งนา สภาพบ้านเป็นกระท่อมโทรมๆ พบคุณยายบุญสวน ขันเงิน อายุ 78 ปี คุณยายป่วยหลายโรค เดินไม่ได้มาหลายปี มีเพียง นายประดิษฐ์ ขันเงิน อายุ 49 ปี ลูกชายที่พิการขาข้างขาวขาด เนื่องจากประสบอุบัติเหตุเมื่อ 25 ปี ที่แล้ว คอยหาเลี้ยงและดูแลผู้เป็นแม่ไม่เคยห่าง โดยสภาพกระท่อมเป้นหลังคามุงแฝกที่ทรุดโทรมเป็นอย่างมา ตั้งอยู่บนที่ดินของคนอื่น ไม่มีไฟฟ้า น้ำประปาใช้

นายประดิษฐ์ เล่าให้ฟังว่า ถึงพิการขาขาด ก็ออกหารับจ้าง ไปทั่วในบริเวณไกล้ๆ กระท่อม เพราะต้องคอยดูแลแม่ ถ้ามีคนจ้างก็ได้ค่าแรงวันละ 50-100 บาทต่อวัน แต่ก็ไม่ค่อยมีใครจ้างเพราะตนเองพิการ จึงสานสุ่มไก่ขาย กว่าจะเสร็จ 1 อัน ก็ใช้เวลาประมาณ 3 วัน ราคาก็ 100 บาท แต่ทุกวันนี้ก็ขายไม่ได้ เพราะคนส่วนใหญ่ใม่รู้ ชีวิตลำบากมากๆ สงสารแม่ กลัวแม่จะเป็นอะไรไป ทุกวันนี้ห่วงแม่มากๆ หากวันใดออกไปรับจ้าง แล้วตนเองต้องล้มป่วย หรือเสียชีวิตแม่จะอยู่อย่างไร เพราะไม่มีใครดูแล แม่มีลูก 6 คน ตายไป 2 คน เหลือ 4 คน แต่มีเพียงตนคนเดียว ที่อยู่สู้ชีวิตคอย เลี้ยงดู เช็ดตัวให้แม่ ส่วนลูกคนอื่นๆ หายไปนานแล้ว และไม่ได้ติดต่อมาเลย

นางฟ้าซาลอน ถามว่า จะวันแม่แล้ว พี่ประดิษฐ์มีของขวัญให้แม่หรือยัง พี่ประดิษฐ์ พูดแบบน้ำตาคลอเบล้าว่าอยากมีพวงมาลัยสวยๆ ไหว้แม่สักครั้งในชีวิต แต่คงไม่มีเงินซื้อ ในทุกๆ ปีได้แต่เก็บดอกไม้ข้างป่า ข้างทาง มาไหว้แม่ นางฟ้าซาลอน จึงมอบ พวงมาลัย ฝีมือผู้พิการ จาก จ.กำแพงเพรช ให้พี่ประดิษฐ์ไหว้แม่ แค่เห็นภาพพวกเขา น้ำตาก็ไหล ซึ้งใจมากๆ ในความลำบากของชะตาชีวิต

หากท่านใดอยากช่วยเหลือครอบครัวนี้ สามารถส่งข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มไปให้ได้ที่ บ้านเลขที่ 27 บ้านหนองแสง หมู่ 6 ต.สิงห์ อ.เมือง จ.ยโสธร 35000 หรือใครอยากสมทบทุนซื้อที่ดินสักแปลงเพื่อสร้างบ้านให้ยาย สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 315-053-6421ชื่อบัญชี ประดิษฐ์ ขันเงิน โทร 093-757-2021 พี่ประดิษฐ์

 

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สุดเศร้า!! วันนี้เผา‘อาเล็ก’ฮีโร่ลุยไปช่วยน้ำท่วม-ตัวเองดับสลด เพื่อนอาลัยนอนเฝ้าศพ

ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว เพื่อนฝูง หนุ่มจิตอาสา วัย 25 ปี ‘อาเล็ก’ ออกไปช่วยชาวบ้านขนของหนีน้ำท่วมที่สกลนคร ก่อนหายตัวไป สุดท้ายพบเป็นศพสุดสลดจากไปก่อนวัยอันควร วันนี้ (1 ส.ค.) เวลา 13.00 น. จะมีการเคลื่อนศพอาเล็กไปที่วัดป่าศรีสว่าง ก่อนส่งอาเล็กไปสวรรค์

โดย กีต้าร์ เพื่อนสนิทของอาเล็ก โพสต์เฟซบุ๊กก่อนหน้านั้นว่า “หลายคนถามเรื่องอาเล็ก ขอเล่านะครับ เวลาประมาณบ่าย2กว่า อาเล็กบอกเเม่ว่าจะเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อไปช่วยเพื่อนในหมู่บ้าน จะไปดูว่าน้ำท่วมเยอะขนาดไหน จะไปช่วยเพื่อนขนของหนีน้ำ เเม่เเละน้องได้ห้ามไว้ เเต่อาเล็กคิดว่า น้ำคงไม่ท่วมเยอะเพราะเกิดมาท่วมมากสุดเเค่หัวเข่า

อาเล็กเลยลุยน้ำออกไปจากบ้านพร้อมกระบะผสมปูน จนถึงเวลา 16.00 น. อาเล็กยังไม่กลับเข้าบ้าน น้องสาวอาเล็กได้โทรหากีต้าร์ว่าอาเล็กอยู่ด้วยไหม ซึ่งอาเล็กไม่ได้อยู่กับกีต้าร์ น้องสาวอาเล็กเลยให้กีต้าร์สอบถามเพื่อนคนอื่นๆให้ ซึ่งทุกคนก็ตอบคำตอบเดียวกันคือไม่เจออาเล็ก กีตาร์สอบถามเพื่อนทั้งหมดไม่มีใครพบอาเล็กเลย

เช้าวันที่ 30 ก.ค. เวลา 06.30 น. กีต้าร์ได้ไปหาอาเล็กที่บ้าน ทางบ้านบอกอาเล็กยังไม่กลับ จึงได้ไปตามหาที่ร้านเกม เจ้าของร้านบอกไม่ได้เข้ามาหลายวันเเล้ว

เวลา 10.00 น. กีต้าร์ได้โทรหาน้องสาวอาเล็กถามว่าอาเล็กกลับบ้านยัง น้องสาวอาเล็กบอกยังไม่กลับ

เวลา 11.00 น. ได้ติดต่อหาเเม่อาเล็ก ได้คำตอบคือยังไม่กลับ

เวลา 12.30 น. ได้โทรหาน้องสาวอาเล็กให้ไปเเจ้งความไว้ เเล้วกีต้าร์ได้โพสต์ตามหาในเฟซ โพสต์ได้ประมาณ 10 นาที เพื่อนบ้านได้บอกว่ามีคนพบศพผู้ชาย กีต้าร์จึงรีบไปดูศพ พบเป็นอาเล็กจริงๆ

ไม่คิดว่าเเกจะจากไปเร็วเเบบนี้ ได้เเต่ทำใจ สิ่งดีๆที่เเกมอบให้ฉัน ที่คอยช่วยเหลือฉัน ทุกอย่างที่เราร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกันตั้งเเต่เล็กจนโต ฉันซาบซึ้งในความเป็นเพื่อนของเเกมาก เเกคือเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตฉันคนหนึ่ง ฉันจะจำทุกประสบการณ์ที่เรามีความสุขเเละความทุกข์ร่วมกันมา เธอคือมิตรเเท้ที่ชีวิตนี้ฉันคงหาไม่ได้อีกเเล้ว รักเเละคิดถึงเธอเสมออาเล็กเพื่อนรัก”

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เดินขึ้นภูกระดึงว่าเหนื่อย เจอแบบนี้หน่อยเจ้าหน้าที่-ลูกหาบ แบกรถไถขึ้นภูกระดึง!

เป็นภาพที่ได้รับการแชร์จากสมาชิกเฟซบุ๊ก Sunita Nakok ซึ่งได้เผยแพร่ให้เห็นภาพของทีมเจ้าหน้าที่ของอุทธยานแห่งชาติภูกระดึงซึ่งระดมเจ้าหน้าที่ และลูกหาบมาขนอุปกรณ์รถไถขึ้นไปบนภูกระดึง โดยแยกอุปกรณ์เป็นส่วนๆ ขึ้นไปด้านบน เพื่อนำไปปรับไถที่ซึ่งเป็นขั้นตอนในการป้องกันไฟป่าด้วย โดยเรื่องดังกล่าวได้รับการแชร์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อย่างมาก

 

ที่มา:ข่าวสด

“สีสุก” โพสต์เปิดใจ เป็นเพื่อน “ไซซะนะ” จริง แต่ไม่เกี่ยวค้ายา วอนเสพสื่ออย่างมีสติ

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจับกุมนายไซซะนะ แก้วพิมพา พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ คาสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นก็มีการขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องหลายราย ก่อนที่จะมีการนำภาพของ สีสุก ดาวเฮือง ถ่ายคู่กับพระเอกช่อง 7 สี และมีรูปของไซซะนะเข้าไปเกี่ยวข้อง ทำให้หลายคนคิดไปว่า สีสุก ดาวเฮือง ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดของนายไซซะนะ

ล่าสุด สีสุก ดาวเฮือง โพสต์เฟซบุ๊กเปิดใจ หลังมีกระแสข่าวในแง่ลบออกมาดังกล่าว โดยเพจโทละโข่งได้นำข้อความของ สีสุก มาเผยแพร่พร้อมเขียนข้อความว่า “มาแล้ว! สีสุก ดาวเฮือง โพสต์ข้อความล่าสุดเปิดใจ” และมีภาพของ สีสุก คุกเข่าพนมมือไหว้อยู่ด้านหน้าพระพุทธรูป ในพระอุโบสถวัดแห่งหนึ่ง ที่เมืองเฟือง แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาวโดยข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า “วันนี้ ข้าพเจ้าสีสุก ดาวเฮือง อยากขอเปิดใจที่ได้อดทนนับแต่วันที่ไซซะนะถูกจับกุมในประเทศไทย ให้สังคมได้รับข้อที่เป็นจริง เรื่องของข้าพเจ้า ที่กำลังเป็นกระแสในโลกสื่อออนไลน์ทุกวันนี้ ปัจจุบัน ข้าพเจ้าได้ชีวิตตามปกติ วันนี้ได้มาทำบุญ ถ่ายรูปกับพระที่คนลาวเคารพนับถือ ให้เป็นที่พึ่งทางใจ“ก่อนอื่น ข้าพเจ้าอยากเรียกร้องถึงสื่อสังคมออนไลน์ ให้เสพสื่ออย่างมีสติ มีความเป็นจริงเป็นอย่างไร เพราะกระแสข่าวที่ได้กล่าวหาข้าพเจ้าว่า ได้เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมค้ายากับไซซะนะนั้น ไม่ใช่ความจริง ข้าพเจ้ายอมรับว่า ได้เป็นเพื่อนกับไซซะนะจริง ในนามไปเล่น ไปเที่ยว และพบปะกันตามงานสังคม”

สุดท้าย ข้าพเจ้าอยากอ้อนวอนให้สื่อสังคมออนไลน์ อย่าเอาความเป็นเพื่อน กับการถ่ายรูปด้วยกัน มาตัดสินให้ข้าพเจ้าเสียหายในสังคมออนไลน์ และในสังคมลาวที่ข้าพเจ้าได้อาศัยอยู่มาจนถึงครึ่งชีวิต ขอขอบใจทุกคนที่เป็นกำลังใจ

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มสุดทน เจอแท็กซี่ขี้หงุดหงิด ตะคอกใส่แถมตั้งใจถอยรถชน (คลิป)

โลกโซเชียลได้เผยแพร่คลิปและเรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Chayu Mahabhol ซึ่งได้บรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการโดยสารรถแท็กซี่ โดยสรุปว่า มีการเรียกแท็กซี่จากงานเกษตรแฟร์ คนขับมีการพูดด้วยความไม่พอใจมาตลอดทาง จนถึงที่หมาย แท็กซี่ขับผิดทางและใส่อารมณ์กับผู้โพสต์ จนเกิดการเถียงกัน โดยผู้โพสต์อธิบายว่า ได้บอกที่หมายแล้ว แต่แท็กซี่ไม่ฟังและเลี้ยวผิดเอง จนมีการใส่อารมณ์กัน เมื่อผู้โดยสารลงจากรถ แท็กซี่ได้ตั้งใจถอยรถมาอย่างเร็ว แต่ผู้โพสต์กระโดดหลบทัน จนมีการเรียกรปภ.ช่วยปิดประตู และถ่ายคลิปให้แท็กซี่สารภาพตามที่ปรากฏ

 

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.โคราชจับ”ร้อยโท”เก๊ เจ้าตัวสารภาพแต่งเครื่องแบบเท่ๆไว้ตระเวนจีบสาวๆ

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. พ.ต.ท.วรการ ป้องกัน รองผกก.ป.สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งจากทาง รพ.กรุงเทพ-ราชสีมา ว่ามีคนแต่งตัวคล้ายทหารยศร้อยโท เข้ามาในโรงพยาบาลหลายครั้งโดยไม่ทราบเหตุผล ขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ15578428_1040755296054059_1635310587932223580_nพ.ต.ท.วรการจึงพร้อมกำลังตำรวจลงพื้นที่ กระทั่งต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น.ได้พบกับนายสุนทร ฉัตรดอน อายุ 30 ปี ขี่จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีครีม ทะเบียน 1กง 1819 บุรีรัมย์ ผ่านมาโดยสวมกางเกงทหาร ใส่เสื้อลายพรางคอกลมของกองทัพบก จึงขอตรวจค้นขอดูบัตร

ตอนแรก นายสุนทร ยืนยันเป็นทหารยศ ร.ท.สังกัด ช.พัน 3 ค่ายสรุนารี แต่อ้างทำบัตรทหารหาย มีเพียงบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งภาพในบัตรใส่ชุดทหารยศ ร.ต. ตำรวจจึงไปตรวจที่หน่วยทหาร ช.พัน 3 ได้รับการยืนยันว่าไม่มีกำลังพลยศ ร.ท.ชื่อสุนทร ตามที่แอบอ้าง

จากนั้นนายสุนทรจึงยอมรับสารภาพว่าไม่ได้เป็นทหาร แต่ได้รับเลือกเข้าเป็นทหารเกณฑ์ เมื่อปี2550 และได้รับแต่งตั้งเป็นสิบตรีกองประจำการ ซึ่งก่อนปลดประจำการได้พยายามสอบเข้าเป็นนายทหารสัญญาบัตรหลายครั้ง แต่ไม่สามารถสอบได้ และด้วยความที่ตนอยากเป็นทหารเพราะเห็นว่าเท่ดีและสาวๆชอบ จึงซื้อเครื่องแบบทหารมาใส่แต่ก็ถูกจับได้ อีกทั้งยังทราบว่านายสุนทรแต่งชุดทหารเต็มยศโชว์บนเฟซบุ๊กหลอกสาวๆด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณภาพจาก ข่าวคนโคราช

คลิปแท็กซี่เลือดร้อน คว้าเหล็กหวดไม่ยั้ง ทั้งที่หนุ่มขับรถมินิยกมือไหว้ ยังไม่ยอมหยุด

สมาชิกเฟซบุ๊ก “Aoffer Chamat Chamat” โพสต์คลิปเหตุการณ์โชเฟอร์แท็กซี่ใช้ท่อนเหล็กตีคนขับรถมินิสีแดง กลางถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 ธ.ค. ทั้งที่คนขับรถมินิพยายามยกมือไหว้ขอโทษแล้ว แต่โชเฟอร์แท็กซี่เลือดร้อนก็ยังใช้ท่อนเหล็กตีไม่หยุด จนมีชาวบ้านในละแวกนั้นเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปห้ามปราม พร้อมทั้งบอกว่าเขาขอโทษแล้วก็ควรหยุด ก่อนที่แท็กซี่จะกลับขึ้นรถไป พร้อมระบุข้อความว่า “มินิเหลืองกราบรถกู มินิแดงอย่าตีกู” เวลาประมาณ 15.00 น.วันที่ 6 ธันวาคม 2559 พิกัดถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เกิดเหตุการณ์แท็กซี่ ใช้เหล็กตีเจ้าของรถมินิสีแดง ทั้งๆที่เค้าก็ขอโทษแล้วนะ พี่แท็กซี่ก็ใจร้อนเกินไปนะ ตีเค้าเสร็จขับรถหนีเค้าไปอีกนะพี่นะ… ช่วยกันแชร์คับ…”

ที่มา>>>ข่าวสด

“เบส อรพิมพ์”โพสต์ล่าสุดว่า “ขอกราบขอโทษจากหัวใจอีกครั้ง”

จากกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ “เบส”อรพิมพ์ รักษาผล นักพูดสาวที่พูดพวดพิงถึงคนอีสานจนกลายเป็นกระแสดราม่า สังคมออกมาติติงการพูดที่ทำให้คนเข้าใจผิดว่าคนอีสาน โดยเฉพาะดารานักแสดงซึ่งเป็นคนอีสานพากันรับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่า”เบส”จะออกมาโต้ทำนองว่าไม่มีเจตนาหยามหมิ่นคนอีสาน ที่เข้าใจผิดเพราะไม่ได้ทั้งหมด 1 ชั่วโมง 30 นาทีของการบรรยาย มีการตัดออกเป็นก้อนๆ ตอนๆ ส่วนๆ ท่านจะไม่เข้าใจบริบทก่อนหน้าและหลังจากนั้นคืออะไร15032823_564211313777069_6767332137801238333_nต่อมามีการแชร์ภาพป้ายต่อต้าน “เบส อรพิมพ์” ตามสะพานลอยบริเวณถนนมิตรภาพช่วงอ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และเส้นทางไปจ.สระบุรี และจ.นครราชสีมา จำนวนหลายสิบป้าย โดยมีใจความคล้ายคลึงกัน อาทิ “ขอให้ เบส หยุดพูดสร้างความแตกแยก” หรือ “เหยียบย่ำหัวใจคนอีสาน” ซึ่งคาดว่าเป็นผลพวงจากการที่มีการแชร์คลิปการพูดของ”เบส”ที่พาดพิงถึงคนอีสานcapture-20161119-134050 ล่าสุดวันที่ 19 พฤศจิกายน เบส อรพิมพ์ ได้ชี้แจงผ่านอินสตาแกรม @best_orapim ระบุว่า “เพจ เบส อรพิมพ์ รักษาผล ภายในเฟซบุ๊ก รวมถึงเพจและอินสตาแกรมอื่น ๆ นั้น เป็นเพจปลอม ไม่ใช่ของเธอแต่อย่างใด และขอกราบขอโทษจากหัวใจอีกครั้ง”capture-20161119-134132

ที่มา>>>ข่าวสด

เกลียดแรกพบ…บันทึกความรักของพระราชินี ที่มีต่อในหลวง ร.9 มาอย่างยาวนาน

ในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินี       สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ พระราชทานสัมภาษณ์ความรักระหว่างพระองค์ และพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 …เกลียดแรกพบ…ความรักนิรันดร์ที่อ่านแล้วอดยิ้มตามไม่ได้

ย้อนหลังไปเมื่อปี พุทธศักราช 2521 พระบาทสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงพระราชทานสัมภาษณ์แก่ สถานีโทรทัศน์ บีบีซี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในสารคดีเรื่อง “ขวัญของชาติ” พระองค์ทรงพระราชทานสัมภาษณ์ถึง รักแรกพบ… ที่ปวงชนชาวไทยอ่านแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊ก ArOoy Kw ได้นำเรื่องราวดังกล่าวมาบันทึกไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อรำลึกถึงเรื่องราวอันน่าปลื้มปีติของพ่อและแม่ ของปวงชนชาวไทย
ในหลวง พระราชินี

         โดยมีความตอนหนึ่ง ระบุว่า “สำหรับข้าพเจ้า เป็นการเกลียดแรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า จะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงแล้ว เสด็จมาถึง 1 ทุ่ม ช้ากว่านัดหมาย ตั้ง 3 ชั่วโมง ทรงทำให้ข้าพเจ้าต้องซ้อมถอนสายบัวอยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียดเมื่อแรกพบ มากกว่า รักเมื่อแรกพบ…”

สำหรับข้อความทั้งหมดมีดังนี้


ในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินี

ในหลวง พระราชินี

ในหลวง พระราชินีในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินีในหลวง พระราชินี

ในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินีในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินี
ในหลวง พระราชินี

ในหลวง พระราชินี

ในหลวง พระราชินี

ที่มา>>>KAPOOK

แชร์ว่อน นักร้องสาวโดนผญบ.หญิงใช้ปืนตีหัวเลือดอาบ เข้าใจผิดว่าเป็นกิ๊กผัว”ขรก.”

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพจากเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V5. ได้โพสต์ภาพหญิงสาวรายหนึ่งมีเลือดเต็มตัว และมีบาดแผลที่ศีรษะ โดยระบุข้อความว่า เป็นสาวนั่งดริ๊ง แต่ถูกผู้ใหญ่บ้านสาวใหญ่ ภรรยาของชายข้าราชการที่อยู่ด้วย เข้าใจผิดคิดว่าเป็นชู้ ใช้ปืนตีหัวจนเลือดอาบ อีกทั้งยังดูถูกอาชีพผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนอีกด้วย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่มโลกออนไลน์%e0%b8%ab%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%ab

โดยล่าสุด “น้องฟ้า” (นามสมมติ) ผู้บาดเจ็บในภาพ ได้โพสต์ชี้แจงว่า ก่อนอื่นก้อต้องฝากบอกคนที่มาเม้นที่ว่าฉันก้อรู้จะจักเมียเขาดี หาว่าดิฉันวนเวียนไม่จบไม่สิ้น หาว่าดิฉันนัดเจอกันนอกสถานที่บ้าง ถึงดิฉันทำงานเป็นนักร้องกลางคืน แต่ดิฉันก็มีสมอง ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเม้นว่า ก้อเอาความจิงมาพูดิ

หนูก้อจะบอกเลยว่าคนที่โทรไปทำให้เขาทะเลาะกันคงไม่ใช่หนู แล้วเรา..คุณนักสืบเพราะดิฉันไม่ได้คิดต่อใครๆๆ มาเป็นสองเดือนสามเดือนแล้ว อีกอย่างดิฉันก้อเพิ่งมานครยากเมื่อวานแล้วโทรศัพท์ก้อเพิ่งซื้อ แล้วดิฉันจะมีเบอร์ใครได้ไง เพียงแต่เห็นมีเบอร์แปลกโทรมา เราก้อแค่เดินไปรับโทรศัพท์..เราทำงานเราก้อเดินมารับแขก ก้อขึ้นมานั่งคุยบนรถ..แล้วก้อไม่ได้ทำอะไรกัน..แล้วคุณก้อมาทำร้ายร่างกายทั้งๆๆที่คนที่โทรหาสามีคุณนะไม่ใช่ฉัน..แล้วอีกอย่างอย่างอาชีพไหนก้อคนเหมือนกัน..อย่ามาดูถูกคนกลางคืน….

ที่มา>>>ข่าวสด