จับหลวงพี่ไร้วัดซิ่งเก๋งหนีตร.แหกโค้งชนดะ ค้นรถเจอทั้งยาบ้า-เหล้าขาว

 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 ก.ย. พ.ต.ท.วชิรพันธุ์ โพธิราช พ.ต.ท.สมพงษ์ ศิลาวงษ์ สว.กก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดปราจีนบุรี สืบทราบว่าจะมีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีแดง หมายเลขทะเบียน กค 9316 ภูเก็ต จะนำยาบ้ามาส่งให้กับลูกค้า ที่บริเวณใกล้ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี ทางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางกำลังตามจุดที่ได้รับแจ้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถเป้าหมายคันดังกล่าววิ่งมาตาม ถนนสุวินทวงศ์ หมู่ที่ 1 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี ใกล้สามแยกไฟแดงศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงแสดงตัว เพื่อทำการตรวจค้น ปรากฏว่าคนขับรถคันดังกล่าวจึงซิ่งรถหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามจนไปถึงบริเวณสามแยกไฟแดง ปรากฏว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้แหกโค้งไปชนเสาหลักกิโลเมตรที่ ปจ 3008 ที่อยู่บนเกาะกลางถนน จนเสาหลักกระเด็นข้ามฝากไปหล่นใส่ทะลุกระจกหน้ารถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บธ 5041 ปราจีนบุรี ของนายสันติ ร่วมพงศ์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/3 หมู่ที่ 3 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี ซึ่งจอดติดไฟแดงอยู่ โดยรถโตโยต้าสีแดง ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถขับต่อไปได้ จอดอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าจับตัวคนขับ เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดประตูรถออกมา พบว่าคนขับ คือพระอธิป หรือนายอธิป พาสี อายุ 40 ปี พระลูกวัดสันทรีย์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี อยู่บ้านเลขที่ 128 หมู่ที่ 1 ตำบลโคกไม้ลาย อำเภอเมืองปราจีนบุรี จากการตรวจค้นภายในรถบริเวณเบาะที่นั่ง เจ้าหน้าที่พบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกจำนวน 10 เม็ด พร้อมเหล้าขาวบรรจุอยู่ในขวดน้ำ จำนวน 1 ขวด ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวพระอธิปไปขยายผลยังวัดสันทรีย์ หมู่ที่ 9 ต.วัดโบสถ์ อ.เมืองปราจีนบุรี พร้อมทำการจับสึก

จากการตรวจค้นภายในกุฏิ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด เมื่อสอบถามผู้ต้องหา จึงทราบว่า ถูกเจ้าอาวาสไล่ออกจากวัดและไปอาศัยบ้านพัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำการตรวจค้นหายาเสพติดต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ดาบตำรวจเมาขับกระบะแหกโค้งชนสะพาน พุ่งชนคนบาดเจ็บ 3 ราย เด็กสาหัส

เวลา 17.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2559  บริเวณสะพานเสม็ดแดง รอยต่อ ต.ท่าพริกและ ต.ท่ากุ่ม  อ.เมือง จ.ตราด ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน 3 คัน และผู้บาดเจ็บหลายราย ในที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดและรถกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพตราด เดินทางรับผู้บาดเจ็บ พร้อมแจ้ง ร.ต.อ.ยอดคม อินไข ร้อยเวร สภ.เมืองตราด ทราบซึ่งระหว่างรถกู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพเดินทางรับผู้บาดเจ็บ กู้ภัยตราดได้นำผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ซึ่งเป็นเด็กหญิง อายุประมาณ 10 ขวบ ที่ยังอยู่ในชุดนักเรียน มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้าและศีรษะแตก และมีบาดแผลตามร่างกาย ออกมาจากที่เกิดเหตุ พร้อมกับเปลี่ยนถ่ายผู้บาดเจ็บบริเวณหน้าวัดวิเวกวราราม โดยมีพ่อผู้บาดเจ็บนั่งมาด้วย ส่งต่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตราด ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 คน บาดเจ็บเล็กน้อยเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดได้ทยอยนำส่งโรงพยาบาล

ส่วนในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บค 94 ตราด สภาพรถหน้ารถพังยับ ยางล้อหลังแตก เป็นรถของ ดต.ปราการ ไม่ทราบนามสกุล สังกัด กองร้อยตำรวจตะเวนชายแดนที่ 117 บ้านท่าเพ ซึ่งนั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในภายที่เกิดเหตุ ด้วยอาการเมาสุรา คันที่สอง รถยนต์กระบะ เซฟโลแลต หมายเลขทะเบียน บบ 8758 จันทบุรี สภาพหน้ารถพังเสียหายพังยับไม่สามารถขับต่อได้ และคันที่สามเป็นรถยนต์กระบะ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน บฉ 7598 ตราด ด้านหน้ารถเสียหายไม่มากนัก ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุพบทรัพย์สิน กระโปรงนักเรียน รองเท้านักเรียนตกอยู่

นายเอกชัย พาทีทิน อายุ 31 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ กล่าวว่า ตนเองและพ่อตา รวมถึงผู้บาดเจ็บอีก 2 คน กำลังยืนตกกุ้งและวางลอบดักกุ้ง ดักปูกันอยู่บริเวณสะพาน ระหว่างนั้นรถยนต์ของตำรวจที่มุ่งหน้ามาจาก ต.ท่ากุ่ม ขับมาด้วยความเร็ว แล้วแหกโค้งพุ่งชนคอสะพานและเสียหลักพุ่งชนเด็กและผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่บนสะพานบาดเจ็บไป 3 ราย โดย 1 ใน 3 ผู้บาดเจ็บเป็นเด็กมีอาการสาหัสมาก ตนเองกระโดดหนีทันจึงรอดชีวิตได้หวุดหวิด

ด้าน ดต.ปราการ พูดด้วยความเมา ไม่ได้อยากให้เกิด ขับมาปกติ เพราะขับเส้นนี้ประจำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะคุมตัวไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองตราด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ปิกอัพซิ่งแหกโค้ง พุ่งชนเสาไฟฟ้าหัก 2 ท่อน ดับ 2 เจ็บอีก 2

วันที่ 19  มิ.ย. ร.ต.อ.อุทิศ พาราษฎร รองสารวัตร (สอบสวน)  สภ.เมืองสิงห์บุรี รับแจ้งเหตุรถกระบะแหกโค้งชนเสาไฟฟ้ามีผู้เสียชีวิต ที่ถนนสายสิงห์บุรี–บางระจัน หลักกิโลเมตรที่ 1 ต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจ สภ.เมืองสิงห์บุรี และเจ้าหน้าที่กูภัยสมาคมกู้ภัยจังหวัดสิงห์บุรีที่เกิดเหตุเป็นบริเวณทางโค้งพบรถกระบะอีซูซุ แบบแคป สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 1ฒธ 7438 กรุงเทพมหานคร ชนอัดเข้ากับเสาไฟฟ้าจนหัก 2 ท่อน รถหงายท้องพังยับเยิน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจึงต้องเข้ามาดำเนินการตัดไฟ ภายในรถพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในทราบชื่อคือนายพิเชษฐ์ สีวาลิต อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ 4 ต.โพทะเล อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งเป็นคนขับ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่อีก 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างเร่งนำร้างผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาส่งโรงพยาบาลสิงห์บุรี ก่อนที่นายจำนงค์ วงษ์ศรีแก้ว อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่  44  หมู่ 14  ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี จะทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากการสอบสวนทราบว่ารถคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว ก่อนแหกโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้าจนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 2 คน หลังจากนั้นจะได้สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม รวมทั้งผู้บาดเจ็บ เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริง ก่อนดำเนินการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด