คุมตัวพระลูกวัดเสพยา ต้องสงสัยฆ่าโหดเด็กวัดชาวเมียนมา รอผลตรวจลายนิ้วมือแฝง

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา สภ.ถลาง รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ที่หน้ากุฏิสงฆ์ภายในวัดเทพกระษัตรี (วัดบ้านดอน) ม.4 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ณัฐธีร์ พิชิตชัยนิธิเมธ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ถลางจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.ท.อำนวย ไกรวุฒิอนันต์ รองผกก.ป.สภ.ถลาง พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ หนูผึ้ง สารวัตรพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณระเบียงหน้ากุฏิ 3 ซึ่งอยู่ด้านหลังวัดพบศพนายเหว่ย พิว อาร์ อายุ 17 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นเด็กวัด สภาพนอนคว่ำหน้าอยู่บนเสื่อ โดยสวมเสื้อสีม่วง และกางเกงขาสั้นลายสก็อต มีเลือดกระจายเต็มหน้ากุฎิ และอีกหลายจุดผ่านข้างกุฏิ ไปทางด้านหลัง มีร่องรอยต่อสู้ ใกล้ตัวพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องตกอยู่ ตรวจสอบที่ร่างกายมีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมขนาดใหญ่หลายสิบแผลทั่วตัว สภาพเสียชีวิตมา 2-3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลักฐานอย่างละเอียดก่อนให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตรับศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลถลาง

 ล่าสุดวันที่ 6 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความความคืบหน้าล่าสุดไปยังพ.ต.ท.อำนวย ไกรวุฒิอนันต์ รองผกก.ป.สภ.ถลาง ระบุว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยฆ่านายเหว่ยเด็กวัดได้แล้ว เเต่ยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจลายนิ้วมือแฝงเเละผลยืนยันทางนิติวิทยาศาสตร์อื่นๆ

พ.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ถลาง นำโดย พ.ต.ท.ณฐาภพ พงศาปาน รอง ผกก.สส.สภ.ถลาง, พ.ต.ท.พงษ์พันธ์ ศิริภัทรนุกุล สว.สส.ฯ พร้อมข่ายสืบสวน
ร่วมกับกองกำกับสืบสวนจังหวัดภูเก็ต นำโดย พ.ต.ท.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ได้ร่วมกันสอบสวนพระลูกวัดทั้งหมด จนพบว่า พระกิตติศักดิ์ หรือนายกิตติศักดิ์ สงคราม อายุ 38 ปี ที่อยู่ ม.4 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ไม่ยอมให้การ และมีลักษณะคล้ายอาการเมายา จึงให้ทำการตรวจปัสสาวะ พบมีปัสสาวะสีม่วง จึงให้ทำการลาสิกขา พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท1 โดยผิดกฎหมาย”

พ.ต.ท.อำนวย กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบประวัติของอดีตพระกิตติศักดิ์พบว่า ในอดีตเคยมีประวัติเสพยาเสพติดและฆ่าคนตายในพื้นที่อำเภอถลาง ก่อนจะถูกจับกุมติดคุก และเมื่อพ้นโทษออกมาก็ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจนกระทั่งถูกจับกุมอีกครั้ง หลังพ้นโทษคดียาเสพติดญาติได้มาฝากให้บวชอยู่ที่วัดดังกล่าว โดยพบว่ายังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีการเสพยาเสพติดจำนวนมาก บางครั้งถึงขั้นหวาดระแวงกลัวคนมาทำร้าย อีกทั้งกุฏิของอดีตพระกิตติศักดิ์อยู่ห่างจากกุฎิที่พบศพนายเหว่ยเพียงสามหลัง จึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่านายเหว่ย

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังต้องรอผลการตรวจลายนิ้วมือของอดีตพระกิตติศักดิ์ว่าตรงกับลายนิ้วมือศึกอยู่บนมีดที่ใช้ฟันผู้ตายหรือไม่ หากลายนิ้วมือของพระกิตติศักดิ์ตรงกับลายนิ้วมือบนมีดก็ทำการแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาทันที

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

หัวอกแม่! ร่ำไห้วอนช่วยชีวิตลูกสาว ถูกหนุ่มลูกบิ๊กทหารอุ้มหายตัว 3 ปี ไม่มีใครกล้าแตะ

วันที่ 2 ส.ค. นางพัชรี ปั้นทอง (แม่น้องพลอย) และ เพื่อนสนิทของน้องพลอย ได้เดินทางไปเปิดใจในรายการ “โหนกระแส” ถึงประเด็น ลูกสาวถูกแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นลูกชายของนายทหารระดับบิ๊กอุ้มหายไป 3 ปี ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เพราะเส้นใหญ่คับฟ้า จนคุณแม่ต้องไปเรียกร้องความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี โดยมี “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” เป็นพิธีกร

พิธีกรเริ่มถามว่าวันนั้นเกิดเหตุอะไรขึ้น นางพัชรี ตอบว่า “3 ปีที่ผ่าน น้องทำงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง วันนั้นน้องมีประชุม และน้องบอกกำลังจะกลับบ้าน ปกติจะกินข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน จนประมาณ 20.15 น. น้องยังไม่กลับ เลยส่งไลน์หาน้อง วันนั้นเป็นวันที่ 21 พ.ค. 2557 แม่ส่งไลน์ไป 3 ข้อความไม่อ่านเลย ก็เลยโทรศัพท์ไป 4 สาย สายที่ 4 ตัดทิ้งค่ะ หลังจากวันนั้นก็ไม่เห็นหน้าน้องอีกเลย ก่อนหน้านี้ลูกสาวไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ กับแฟนคนนี้คบกัน 2-3 ปี แฟนเขาเป็นคนอารมณ์รุนแรงมาก เวลาโทรมาหาน้องจะดุน้องมาก เคยมาทำร้ายถึงในบ้าน ทะเลาะกันก็มาขว้างโทรศัพท์น้อง”

พิธีกรถามคุณเอ (นามสมมุติ) เพื่อนสนิทกับพลอย ทราบปัญหาของเพื่อนบ้างหรือเปล่า เอ ตอบว่า “แฟนพลอยจะมีอารมณ์ขี้โมโหทำอะไรก็ต้องให้ได้ดั่งใจ ส่วนพลอยเป็นคนร่าเริงและเป็นคนที่รักแม่ หวงแม่ เวลาจะออกไปไหน จะซื้อของมาฝากตลอด มีอยู่วันหนึ่งเราได้ไปอ่านไลน์ของพลอย ซึ่งมีคำพูดที่ไม่สุภาพ ด่าพลอย ถ้าพลอยไปมีแฟนคนอื่นจะกรีดหน้าให้เสียโฉม”

พิธีหันมาถามนางพัชรี ผู้เป็นแม่ว่าทราบเรื่องนี้หรือเปล่า นางพัชรี ตอบว่า “ทราบค่ะ ตอนนั้นเขาเลิกกันแล้ว น้องพลอยมาเล่าให้ฟังว่า แฟนเขามีครอบครัวอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเลิก และรับปากกับแม่ว่าจะเลิกยุ่งเด็ดขาด หลังจากนั้นน้องก็มีคนมาคบหาใหม่ พอผู้ชายคนนี้รู้เขาก็ขับรถกันมาขอน้องแต่งงานทั้งๆ ที่เขามีครอบครัวอยู่แล้ว คือตอนที่เขาขับรถมาแม่ก็ไม่รู้ว่าเขามาขอแต่งงาน เพราะว่าแม่ทำงานอยู่ เขาบอกจะหมั้นไว้ก่อนแสนนึง แต่มีข้อแม้ว่าจะเอาน้องไป แม่เลยบอกว่าขอถามน้องก่อน แม่ก็เลยโทรศัพท์ไป น้องก็บอกว่าไม่เอาแล้วนะ น้องเล่าให้ฟังว่าเขาไปดักทำร้าย”

ทำไมแม่คิดว่าผู้ชายคนนี้อุ้มน้องหายไปเมื่อ 3 ปีก่อน นางพัชรี ตอบว่า “เขาจำนนด้วยหลักฐานหลายอย่าง หนึ่งกล้องวงจรปิด เป็นรถเก๋งสีของเขา และมีคนเห็นรถเก๋งคันนี้จอดอยู่แล้วผู้ชายใส่ชุดทหาร แล้วแม่ก็ไปขอความช่วยเหลือคน คนหนึ่งเขาเจาะข้อมูลให้ เขาบอกว่าน้องหายไปกับคนที่ใช้โทรศัพท์เบอร์นี้ และไปจอดที่ปั๊ม 19.15 น. เหตุการณ์ชี้ชัด”

ผู้ชายคนที่ว่าอุ้มน้องไปเมื่อ 3 ปีก่อนยังเจออยู่ไหม นางพัชรี เผยว่า “วันแรกที่เกิดเรื่อง รุ่งเช้าเขาโทรมาหาแม่ บอกว่าได้ข่าวว่าน้องหายไป เราก็ถามไปว่าเอาน้องไปมั้ย เขาบอกผมไม่เอาหรอก มาขอแม่ แม่ก็ไม่ให้ เขาตอบแบบนี้ ประมาณอีก 5-6 วัน เขาก็โทรมาว่ารู้เรื่องน้องพลอยหรือยัง เจอยัง แล้วจากนี้แม่จะทำยังไงต่อ แม่ก็บอกต้องแจ้งความ ก็เลยถามเขาว่าถามจริงๆ ตอบแบบลูกผู้ชายนะเอาน้องไปมั้ย เขาก็บอกว่าไม่ได้เอาไป เราก็ถามว่าแน่ใจนะ เขาบอกว่าแน่ใจ และบอกว่าไม่รู้สินะ แล้วก็ตัดสายทิ้งไป หลังจากนั้นก็ไม่เจอเลย”

พีธีกรถามต่อว่า แม่คิดว่าเขายังมีชีวิตอยู่ไหม นางพัชรี ตอบว่า “3 ปีที่รอ แม่ต้องสู้กับเวลาและความอดทน ลูกต้องอยู่สิค่ะ แม่ต้องอดทนทั้งกระแสทั้งบวกและลบ รอลูก ลูกต้องกลับมากินข้าวด้วยกัน แม่ส่งข้อความหาลูกทุกวัน ส่งมา 3 ปี ส่งไปเบอร์มือถือน้อง แต่ติดต่อน้องไม่ได้ อยากให้มีอะไรมาดลบันดาลให้น้องมาเปิดอ่าน น้องจะได้รู้ว่าแม่รอเขาอยู่ น้องต้องอยู่ค่ะ เราต้องกลับมากินข้าวเย็นด้วยกัน เราเคยไปเที่ยวด้วยนะ”

ติดตามชมการเปิดใจแบบหมดเปลือก ได้ในรายการ “โหนกระแส” วันนี้ 20.30-21.00 น. ช่อง 28

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

สุดสลด!หนุ่มง้อเมียไม่สำเร็จบีบคอดับคาที่นอน คว้าปืนจ่อยิงตัวตายตาม ทิ้งลูกน้อยเป็นเด็กกำพร้า

 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. พ.ต.อ.นิวัติ มาตะราช ผกก.สภ.ด่านช้าง ร.ต.อ.อนิวัตร สุบงกช พนักงานสอบสวนสภ.ด่านช้าง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภจว.สุพรรณบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลด่านช้าง และ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเสมอกันสุพรรณบุรี ได้รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในบ้านแห่งหนึ่งใน อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี โดยที่เกิดเหตุ พบศพชาย หญิง สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่บนที่นอนภายในห้อง ทราบชื่อต่อมาคือนายธานินทร์ อินทร์กุล ชาวอ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี อายุ 31 ปี และน.ส.อรนุช กาฬภักดี อายุ 29 ปี ชาวอ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน โดยในที่เกิดเหตุพบปืนปากกา 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุนปืน หล่นอยู่ข้างตัว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้ตรวจสอบ ด้าน พ.ต.อ.นิวัติ มาตะราช ผกก.สภ.ด่านช้าง กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามจากญาติผู้เสียชีวิตและตรวจสอบในที่เกิดพบว่า ฝ่ายชายมีอาชีพเป็นผู้รับจ้างทั่วไป  และทำงานอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนฝ่ายหญิงก็ทำงานรับจ้างทั่วไป อาศัยอยู่ที่บ้านของตนเองมีลูกด้วยกัน 2 คน คนโต อายุ 8 ขวบ คนเล็กอายุ 4 ขวบ ซึ่งฝ่ายชายนั้นเป็นคนอารมณ์ร้อน  และเป็นคนขี้หึง ประกอบกับภรรยามีรูปร่างหน้าตาดี

ที่ผ่านมาจึงคอยห้ามไม่ให้ฝ่ายหญิงเล่นโทรศัพท์ ทั้งเล่นเฟซบุ๊กหรือแชทไลน์ เนื่องจากหึงหวง จึงทำให้ทั้งคู่มักมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ และเลิกรากันมาแล้วหลายรอบ จนล่าสุดวันนี้ฝ่ายชายได้เดินทางกลับมาบ้าน และคงจะมาของ้อคืนดีภรรยา แต่ไม่สำเร็จ จึงเกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน จึงคาดว่าฝ่ายชายน่าจะลงมือก่อเหตุทำร้ายฝ่ายหญิงและบีบคอจนเสียชีวิต เนื่องจากพบว่าบริเวณรอบลำคอของฝ่ายหญิงมีรอยเขียวช้ำ จากนั้นฝ่ายชายก็คงใช้ปืนปากกายิงตัวเองตายตาม นอนเสียชีวิตอยู่ข้างศพภรรยา ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของญาติพี่น้อง ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำศพทั้งคู่ส่งพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด